ก็ยังทำเช่นนี้”
“กระทั่งเมื่อวาน ท่านลุงฉินถึงได้รีบร้อนจากไป เพราะเหตุใดกัน?”
“เพราะว่าตระกูลพานได้ส่งกลุ่มยอดฝีมือออกมา สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับตระกูลฉิน! ในฐานะที่เป็นประมุขตระกูล ท่านลุงฉินย่อมไม่อาจนิ่งเฉยไม่ไยดีได้”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ลูเยี่ยเหลือบมองไปที่ลู่เถิงและลู่ชิง
“และตอนนี้ ก็เป็นตระกูลพานเช่นกัน ที่ต้องการอาศัยชื่อเสียงของสำนักเต๋าหลิงซูเพื่อกดดันพวกเราตระกูลลู่ แล้วยังเรียกร้องให้ข้าส่งตัวพานอิ่งชิวไป”
“พวกเจ้าคิดว่า ตระกูลลู่ควรทำอย่างไร?”
ห้องโถงใหญ่เงียบสงัด มีเพียงเสียงของลูเยี่ยที่ยังคงก้องกังวาน
สีหน้าของลู่เถิงเปลี่ยนไปหลายครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า
“ลูเยี่ย พวกเรากำลังพูดถึงคนละเรื่องกันเลย! ขารู้แค่ว่าเจ้าเพียงแค่ไปสร้างความขุ่นเคืองให้กับสำนักเต๋าหลิงซู ทั้งตระกูลลู่ก็จะพลอยถูกเจ้าทำให้เดือดร้อนไปด้วย!”
ลู่ชิงพยักหน้าติด ๆ กัน
“ลูเยี่ย การเป็นคนก็อย่าเห็นแก่ตัวเกินไปนัก! ความปลอดภัยของคนในตระกูลทั้งหมด เจ้าจะไม่คำนึงถึงเลยหรือ?”
แววตาของลูเยี่ยเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ
“พี่ใหญ่เคยบอกกับข้าว่า เมื่อไม่นานหลังจากที่ท่านปู่และคนอื่น ๆ สิ้นชีพในสนามรบ ก็ได้เคยส่งจดหมายไปถึงพวกเจ้า ให้พวกเจ้ารีบกลับมาที่ตระกูลเพื่อร่วมพิธีไว้อาลัย”
“แล้วพวกเจ้า… เหตุใดถึงไม่กลับมา?”
ลู่เถิงและลู่ชิงสีหน้าแข็งค้างไป พูดอะไรไม่ออก
แต่ไม่รอให้พวกเขาได้แก้ตัว ลูเยี่ยกล่าวต่อว่า
“เช่น