นั้น พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ตระกูลของเราได้ประสบภัยพิบัติใหญ่หลวงมากี่ครั้งแล้ว?”
ลู่เถิงไมอาจทนอีกต่อไป สีหน้ามืดมนกล่าวว่า
“ลูเยี่ย เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”
ลู่ชิงโกรธจัด
“ครั้งนี้พวกเราก็กลับมาแล้วไม่ใช่หรือ? และพวกเราคิดเพื่อตระกูลเช่นกัน จึงได้บอกให้เจ้าอย่าทำเรื่องโง่เขลา!”
ลูเยี่ยเงียบไป
วันนี้ตนเองพูดมากเกินไปแล้ว
ท้ายที่สุด ก็เพราะรู้ว่าพวกเขาทั้งสองเป็นคนในตระกูลเดียวกัน ถึงไดยอมพูดความจริง เล่าเรื่องที่เขาทั้งสองไม่รู้ให้ฟัง เพื่อตักเตือน
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นลู่เถิงหรือลู่ชิง ก็ไม่มีทีท่าว่าจะรับฟังแต่ประการใด
ลูเยี่ยค่อย ๆ เดินกลับไปยังที่นั่งประธาน ดวงตาปราศจากความรู้สึกใด ๆ อีกต่อไป
“ข้าขอประกาศในนามประมุขตระกูลแห่งตระกูลลู่ให้ขับลู่เถิงและลู่ชิงออกจากตระกูล และลบชื่อออกจากบันทึกลำดับเครือญาติ”
ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงนั้น เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่
“นับจากนี้ไป เป็นไม่อยู่ร่วมชายคา ตายไม่รวมหลุมฝัง!”
“ครับ!”
เหล่าสมาชิกของตระกูลลู่ที่อัดอั้นความโกรธไว้เต็มท้อง ตอบรับอย่างกึกก้องโดยไม่ลังเล
“เจ้าพูดอะไรนะ? จะขับไล่พวกเราออกจากตระกูลลู่”
ลู่เถิงตกตะลึง ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง โกรธจนต้องสบถคำหยาบคายออกมา
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?”
แต่ลู่ชิงกลับหัวเราะเยาะเย้ยว่า
“ขับไล่พวกเราออกไปสิ แล้วตระกูลลู่ทั้งตระกูลก็รอรับเคราะห์กันเถอะ”
ไต้ซงที่เดิมทีเ