รงนี้เลยว่า หากตระกูลลู่ไม่ส่งคนออกมา ก็อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้า!”
พร้อมกับเสียงนั้น กระแสอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ
“ถูกต้อง จำเป็นต้องสั่งสอนลูเยี่ยให้หลาบจำ ทำให้เขารู้จักวิธีการวางตัวเสียบาง!”
ลู่เถิงกับลู่ชิงต่างก็โกรธจนแทบคลัง พวกเขาแทบอยากให้ไต้ซงลงมือ กำจัดลูเยี่ยเสียให้สิ้นซาก!
ลูเยี่ยนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อน เพียงเอ่ยเสียงเบา ๆ
“เหล่าเกา เจ้าไปลองเรียนรู้สักหน่อย ดูสิว่าเขาจะไม่ ‘ไว้หน้า’ อย่างไร”
ทันใดนั้น ชายชราร่างเล็กผอมแห้งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าไต้ซง
มือหนึ่งถือปล้องยาสูบ อีกมือไพล่หลัง ยิ้มพลางกล่าวว่า
“มาเถิด เจ้าเริ่มได้เลย ไม่ต้อง ‘ไว้หน้า’”
คนผู้นี้โผล่มาจากที่ใดกัน? เปลือกตาของไต้ซงกระตุก แต่เขาก็เต็มไปด้วยความโกรธ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะอย่างโกรธเกรี้ยวพลางกล่าวว่า
“ดีมาก ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ตระกูลลู่เล็ก ๆ กลับกล้าท้าทายข้า…”
เหล่าเกากระโดดลุกขึ้นมา แล้วตบไปที่ใบหน้าของไต้ซงด้วยฝ่ามือเดียว
“มา ‘ไม่ไว้หน้า’ ขาเดี๋ยวนี้”
เสียงตบดังสนั่น
ไต้ซงเห็นดาวระยิบระยับไปหมด ล้มทรุดลงนั่งยองบนพื้น แก้มบวมแดง
“เจ้า… เจ้ากล้าดียังไง!”
ลู่เถิงร้องออกมาด้วยความตกใจ
เหล่าเกาหัวเราะและชายตามองลู่เถิงเล็กน้อย
“ถ้าไม่อยากตาย ก็หุบปากซะ”
เหล่าเกาคว้าคอของไต้ซงไว้ด้วยมือเดียวแล้วยกขึ้น
“ข้าตบเจ้าไปแล้วหนึ่งทีเหตุใดเจ้าจึงไม่ตอบโต้?”
ไต้ซงมีพลังลมปราณพลุ่ง