พลานไปทั่วราง ดิ้นรนอย่างรุนแรง แต่กลับพบด้วยความตกตะลึงว่าเขาไม่สามารถหลุดพ้นได้เลย
กลับกลายเป็นว่าตัวเขากำลังจะขาดอากาศหายใจ หายใจลำบาก ใบหน้าเริ่มแดงก่ำจากการกลั้นหายใจ
“ให้เจ้า ‘ไม่ไว้หน้า’ ข้า แต่เจ้ากลับ ‘ไว้หน้า’ ข้าแทนอย่างนั้นหรือ?”
เพียะ!
เหล่าเกาตบหน้าของไต้ซงอย่างแรงอีกครั้ง จนใบหน้าของอีกฝ่ายบวมแดงราวกับหัวหมู่
ลู่เถิงและลู่ชิงตกตะลึง ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
นั่นคือไต้ซง ผู้เป็นผู้อาวุโสนอกสำนักของสำนักเต๋าหลิงซู เป็นปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์มาหลายปีแล้ว!
แล้วเหตุใดจึงถูกซ้อมจนไร้ทางต่อสู้เลยเช่นนั้น?
เวิงอวี่ชิวดวงตาวาววับ เผยสีหน้าครุ่นคิด
ฉินอู๋ซางและเซี่ยหลิงชิวต่างถูกส่งออกไปล่วงหน้าแล้ว ใครเล่าจะคาดคิดว่าตระกูลลู่จะยังซ่อนยอดฝีมือเช่นนี้ไว้อีก?
“คุณชายลู่ คนผู้นี้ช่าง ‘ไว้หน้า’ เกินไปนัก ข้าตบเขาแล้วแต่เขายังไม่ตอบโต้เลย”
เหล่าเกาหันหน้าไปมองลูเยี่ย
“แล้วพวกเราจะทำเช่นไรดีเล่า?”
“ช่างเถิด”
ลูเยี่ยครุ่นคิดว่า
“ถึงอย่างไรก็เป็นคนของสำนักเต๋าหลิงซู พวกเราต้องให้ความเคารพ”
“เคารพอย่างไรหรือ?”
เหล่าเกาถามด้วยความอ่อนน้อม
ลูเยี่ยกล่าว
“เพียงแค่ตัดศีรษะเขาก็พอ”