ในอาภรณ์สีเขียวแสดงออกมาส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อจิตแห่งเต๋าของลูเยี่ยโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคนที่ใช้ชีวิตทั้งหมดอยู่ในความมืดได้เห็นแสงสว่าง แต่กลับไร้ซึ่งกำลังที่จะคว้าแสงสว่างนั้นไว้ได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้สิ้นหวังและเจ็บปวดที่สุด
และเมื่อพลังบำเพ็ญยังอ่อนแอ การได้เห็นทิวทัศน์เพียงเสี้ยวหนึ่งของจุดสูงสุดของมหาวิถีโดยบังเอิญ แต่ไมอาจไปถึงได้ ความแตกต่างนั้นจะยิ่งใหญ่เพียงใด?
ก่อนหน้านี้ลูเยี่ยไม่รู้เลยว่าจิตแห่งเต๋าของตนเองได้รับผลกระทบไปแล้ว จนกระทั่งชายในอาภรณ์สีเขียวกล่าวประโยคนั้นออกมา จึงทำให้เขาตื่นจากภวังค์อย่างกะทันหัน
ราวกับถูกตีศีรษะด้วยไม้กระบอง ทำให้เขาตื่นรู้ขึ้นมาในทันที ขับไล่ความปั่นป่วนและเงามืดในจิตใจไปจนหมดสิ้น
“วิถีไม่มีที่สิ้นสุด แต่หนทางนั้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเรา…”
ลูเยี่ยพึมพำ
ทันใดนั้น เขาก็ประสานมือคำนับชายในอาภรณ์สีเขียว แล้วกล่าวว่า
“คำพูดเดียวของท่านผู้อาวุโสปลุกข้าให้ตื่นจากความฝัน ผู้น้อยซาบซึ้งใจยิ่งนัก!”
ก่อนหน้านี้ ชายในอาภรณ์สีเขียวหลังจากที่ได้ประเมินรากฐานแห่งเต๋าของลูเยี่ยแล้ว เขาก็ได้เปลี่ยนคำเรียกขานลูเยี่ยเป็น ‘สหายตัวน้อย’ แทน
ในขณะนี้ ลูเยี่ยก็ได้ใช้คำว่า ‘ท่านผู้อาวุโส’ แทนคำเรียกว่า ‘ท่าน’ ทุกอย่างนี้ล้วนเป็นเพราะมุมมองและทัศนคติของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ลูเยี่ยไม่รู้ก็คือ ตรงหน้าเขาเป็นเพียงเศษเสี้ยวพลังเจตจำนงส่วนหนึ่งของชายใ