ฟ้าดินเงียบสงัด
ทุกคนต่างจ้องตากันอย่างตื่นตะลึง จิตใจไมอาจสงบนิ่ง
ในชั่วขณะเมื่อครู่นั้น ลู่เยี่ยและคนอื่น ๆ กำลังจะต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่
และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น บุคคลลึกลับทั้งหกคนก็เตรียมพร้อมที่จะเปิดฉากต่อสู้กันใหญ่เพื่อแย่งชิงแท่นบูชาเต๋า แต่กลับเป็นว่าในชั่วขณะนั้นเอง ความเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้น
ความน่าตื่นเต้นและระทึกขวัญของเหตุการณ์นี้ ไมอาจบรรยายด้วยคำพูดได้
เหล่าเกาและเฒ่าจ่าวยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความตะลึงงัน มีสีหน้าเหม่อลอย
ความผันผวนขึ้นลงอย่างใหญ่หลวงของชีวิตล้วนเกิดขึ้นในชั่วพริบตา มีผู้ใดเล่าที่จะทนรับได้?
แม้แต่อุปนิสัยของลู่เยี่ย จิตใจก็ยังปั่นป่วนสั่นคลอน ยากที่จะสงบลงได้
สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถปลุกผังดาบเก่าคุมขังให้ตื่นขึ้นมาได้จริงๆ ทว่ากลับเกือบจะสับตัดมือขวาของตนเองไปเสียแล้ว
ทว่าลู่เยี่ยยังคงไม่กล้าผ่อนคลาย สีหน้ากลับยิ่งดูเคร่งเครียดขึ้น
ชายอาภรณ์สีเขียวที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวเหมือนเซียนที่ถูกเนรเทศลงมาผู้นั้นคือใครกันแน่?
ไม่แน่ว่า เขาอาจจะมาเพราะวาสนาเซียนที่อยู่บนตัวพี่ใหญ่ก็เป็นได้
ไม่เพียงลู่เยี่ยเท่านั้นที่คิดเช่นนี้ บุคคลลึกลับทั้งหกเหล่านั้นก็คิดเหมือนกัน
สีหน้าของแต่ละคนจึงมืดมนลงไม่น้อย
ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลังหรือ?
คนที่โผล่มาอย่างกะทันหันคนนี้ เขาคิดจริงๆ หรือว่าจะปรากฏตัวเป็นคนสุดท้าย แล้วจะสามารถฉกชิงผลประโยชน์ไปจากใต้หนังตาของพวกเ