พื่อพวกเขา!
“เร็วขึ้นอีก เร็วขึ้นอีก!”
ลู่เยี่ยยังคงทุ่มเทพลังทั้งหมดในการดูดซับหินวิญญาณ เขารู้สึกว่าเหลืออีกเพียงก้าวเดียว ผังดาบเก่าคุมขังในฝ่ามือของเขาก็จะตื่นขึ้นมาอย่างแท้จริง!
“เด็กดี ตราบใดที่พี่ชายของเจ้าไม่ตายในครั้งนี้ ต่อไป…”
จู่ ๆ หญิงชราพลันเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
“หากครั้งนี้พวกเจ้ารอดชีวิตได้ ขอรบกวนช่วยดูแลอาจูด้วย อย่าบอกอาจูว่าข้าตายแล้ว มิเช่นนั้น อาจูจะเสียใจมาก…”
เสียงยังคงก้องกังวาน พลังลมปราณที่ลุกโชติช่วงบนร่างของหญิงชราเริ่มน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
นางกำลังเผาผลาญพลังบำเพ็ญเต๋าและแก่นแท้แห่งชีวิต ทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อกระตุ้นดาบแห่งวิถีสีดำนั้น
ทั่วทั้งเทือกเขาเฉียนเฟิงเต็มไปด้วยเจตจำนงดาบ พลังดาบอันไรเทียมทานกระจายไปทั่ว ขัดขวางการรุกรานของศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหก
“เทือกเขาเฉียนเฟิง เจตจำนงดาบนับพัน ช่างเป็นสุสานดาบไรเทียมทานอะไรเช่นนี้! ช่างเป็นฝีมือที่ยิ่งใหญ่จริงๆ!”
ชายชราในอาภรณ์บัณฑิตกล่าวชื่นชม
เทือกเขาเฉียนเฟิงเป็นสุสานแห่งหนึ่ง และในสายตาของพวกเขาแล้ว ก็อาจเรียกได้ว่าเป็น ‘สุสานดาบ!’
“ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ทำให้คนไม่อาจจินตนาการได้ว่าเจ้าของสุสานดาบผู้นี้ในยามมีชีวิตอยู่ คงเป็นเซียนดาบที่ทรงพลังเพียงใด”
ดวงตาที่งดงามของหญิงสาวในชุดขนนกเปล่งประกาย นางก็รู้สึกตื่นเต้นในใจ
“สถานที่แห่งนี้มีเจตจำนงดาบที่หล่อเลี้ยงมาหลา