ยพันปี ไม่เพียงแต่ไม่เสื่อมถอยลง แต่กลับยิ่งหนักแน่นมากขึ้น ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้!”
ชายหนุ่มอาภรณ์สีดำบนดอกบัวสีแดงเลือดถอนหายใจด้วยความทึ่ง
“เมื่อทำลายค่ายกลสังหารสุสานดาบแห่งนี้ได้แล้ว พวกเราจะแบ่งเจตจำนงดาบเหล่านั้นกันอย่างเท่าเทียม เจ้าว่าอย่างไร?”
ชายผู้น่าเกรงขามที่สวมเสื้อคลุมขนนกกระเรียนกล่าว
ชายในอาภรณ์นักพรตที่มาถึงเป็นคนที่ห้าตอบรับเป็นคนแรก
“ตกลง”
ชายอาภรณ์สีทองที่ถือหอกยาวสีเงินในมือพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
ทั้งหกคนไม่ลังเลอีกต่อไป พวกเขาใช้เคล็ดวิชาทั้งหมดออกมา
เพียงชั่วพริบตาเดียว พลังแห่งดาบที่แผ่ปกคลุมทั่วเทือกเขาเฉียนเฟิงถูกบดขยี้ลงอย่างรุนแรง
กระแสพลังแห่งความพินาศอันโหดร้ายกำลังโหมกระหน่ำ ทำให้เทือกเขาเฉียนเฟิงพังทลายและยุบตัวลง หุบเหวลึกนั้นก็ได้เผยร่างออกมาอย่างแท้จริง
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแท่นบูชาเต๋าที่บรรทุกลู่เยี่ยและคนอื่น ๆ อยู่ห่างจากหุบเหวลึกไม่ถึงสามฉื่อเท่านั้น!
แต่กระนั้นระยะทางสามฉื่อนี้ กลับยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์
ร่างของหญิงชราแตกสลาย พลังชีวิตหม่นหมอง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ
เทือกเขาเฉียนเฟิงถูกทำลาย ทำให้การต่อสู้ด้วยชีวิตของนางได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
จนถึงตอนนี้ ร่างกายของนางดูเหมือนแก่ชราลงไปนับพันปี กลายเป็นร่างเลือนรางไร้ตัวตน ราวกับว่าอาจจะสลายไปกับสายลมได้ทุกเมื่อ!
“สุดท้ายก็ยังไม่สำเร็จสินะ…”
หญิงชราพึมพำ
“หรือว่าการรอคอยมา