รู้สึกสิ้นหวังกระมัง
ในตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเชิงกำลังฝึกวิชาอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกถึงบางสิ่งจึงลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
“มาแล้ว!”
เขารีบใช้เนตรฟ้าดินไร้ขอบเขต มองไปยังจักรวาลเบื้องล่างซึ่งโลกคุนหลุนเคยอยู่ เขามีสายสัมพันธ์กับร่างแยก เมื่อระบุทิศทางได้แล้ว เนตรฟ้าดินไร้ขอบเขตจึงทะลุผ่านห้วงพุ่งไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ในจักรวาลเบื้องล่าง ร่างแยกของเจียงฉางเชิงนั่งขัดสมาธิอยู่กลางความว่างเปล่า แสงจากแสงเทพสุดขอบตะวันทำให้เขาเป็นดังแสงดาวหนึ่งเดียวในความมืดมิด
ตั้งแต่ออกไปจากร่างจริง ร่างแยกก็ไม่เคยขยับ รักษามายาสมบัติอาคมไว้ตลอด ก็ไม่สิ้นเปลืองพลังอาคมมากนัก ไม่กระทบต่อการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง
ร่างแยกเหมือนจะรู้สึกถึงบางสิ่งจึงเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ ในความมืดเหนือศีรษะปรากฏสายฟ้าหนึ่งสายวาบขึ้นและขยายออกอย่างรวดเร็ว ก่อนแผ่กิ่งก้านนับไม่ถ้วน ราวกับห้วงสุญญตากำลังจะแตกสลาย
เสียงตูมดังสนั่น! ห้วงสุญญตาถูกเจาะทะลุ เสาแสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งทะลุมิติส่งมาดิ่งสู่ปลายความมืดมิด ปราณวิญญาณยุทธ์ที่ยังหลงเหลือในจักรวาลเบื้องล่างถูกปั่นป่วนจนเกิดเป็นพายุรุนแรง แต่ไมอาจสั่นคลอนร่างแยกของเจียงฉางเชิงได้เลย
ภายในเสาแสงสีขาวมีเงาร่างมากมายหลั่งไหลลงมา ราวกับฝูงปลาแหวกกระแสน้ำ หนาแน่นนับไม่ถ้วน ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธทั้งสิ้น
เจียงฉางเชิงกวาดตามองเพียงแวบเดียว ก็พบว่าผู้อ่อนที่สุดยังอยู่ในขั้นยุทธบรรจบเทพ ดูท่าทางโ