ตลอด โดยไม่ได้หวังในโชคลาภหรือสิ่งตอบแทนใด ๆ เลย นางก็ไม่ได้หวาดกลัวต่ออันตราย มิฉะนั้นแล้ว นางจะบุกมาที่ที่ดินบรรพบุรุษตระกูลลูเพียงลำพังเพื่อช่วยพี่ใหญ่ในวันนี้ได้อย่างไร?
เหล่าเกานำหินสีดำก้อนหนึ่งออกมา แล้วส่งให้เซียหลิงชิว “แม่นางเซีย ขอให้เจ้าเก็บสิ่งนี้ไว้ หากมีผู้อาวุโสเฒ่าคนใดบุกเข้ามา ด้วยสิ่งนี้ย่อมเพียงพอที่จะป้องกันตัวเจ้าได้” เซียหลิงชิวรู้ดีในใจว่า เหล่าเกาทำเช่นนี้เพราะเห็นแก่หน้าลูเยี่ย นางจึงไม่ปฏิเสธที่จะรับของชิ้นนั้นไว้
“พี่ใหญ่ ท่านลองเข้าไปใกล้ประตูแห่งดวงดาวนั้นดูสิ” ลูเยี่ยแบกพี่ใหญ่ลูเชียวเข้าไปใกล้ “หากมีเหตุไม่คาดฝันใดเกิดขึ้น ข้าจะลงมือทันที” ไม่มีทางเลือก เพราะพี่ใหญ่ไม่มีพลังบำเพ็ญ ลูเยี่ยจึงได้แต่ใช้วิธีที่โง่ที่สุดนี้ในการทดสอบเท่านั้น ลูเชียวเองก็ไม่ลังเล เขายื่นมือขวาที่เต็มด้วยเลือดเนื้อออกไปแตะที่ประตูแห่งดวงดาว
ทุกคนต่างรู้สึกตึงเครียด เพราะหากครั้งนี้ยังไม่สำเร็จอีก… ทุกคนพลันเห็นว่า เมื่อมือขวาของลูเชียวเข้าไปใกล้ กลับไม่ได้ประสบกับเหตุการณ์ผิดปกติใด ๆ ดวงดาวนับล้านที่หมุนวนอยู่ในประตูแห่งดวงดาวนั้น ราวกับถูกดึงดูด พุ่งเข้าหามือขวาของลูเชียวอย่างบ้าคลั่ง ลูเยี่ยสะกดกลั้นความกังวลในใจเอาไว้ ไม่ได้ห้ามปราม โชคดีที่พี่ใหญ่ไม่เป็นอะไร
ในตอนนั้นเองลูเยี่ยก็ได้มองเห็นอย่างชัดเจนว่า บนฝ่ามือของพี่ใหญ่ที่มีเลือดและเนื้อเละเทะนั้น มีลวดลายประหลาดปรากฏ