ว่าข้าไม่ให้โอกาส” ลูเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “หนึ่ง!”
ชายชราในเสื้อคลุมฟางและคนอื่น ๆ ตกตะลึง เด็กหนุ่มที่อยู่ขอบเขตตำหนักวิญญาณคนหนึ่ง กลับกล้าที่จะให้คำขาดครั้งสุดท้ายแก่พวกเขา? ช่างกลับตาลปัตรเหลือเกิน!
“พวกเราให้หน้าเขาแต่เขากลับไม่รู้จักรับ เอาเถิด ข้าทนไม่ไหวแล้ว!”
ทันใดนั้น ชายชราร่างผอมแหงคนหนึ่งก็ตะโกนเสียงดัง ตวัดฝ่ามือเข้าใส่ลูเยี่ยจากระยะไกล ฝ่ามือสีทองขนาดมหึมาที่มีขอบเขตกว้างถึงสิบจั้ง พุ่งกดลงมาอย่างรุนแรง
ลูเยี่ยไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เสียงตูมสนั่นดังขึ้น มือทองขนาดมหึมานั้นแตกสลายกลางอากาศ สายฝนแสงกระจายไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ร่างของลูเยี่ยดูราวกับความฝันหรือภาพลวงตา
ทุกคนรู้สึกสั่นสะท้านในใจ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย นี่คืออะไรกัน? ไพ่ใบสุดท้ายหรือ? ต้องเข้าใจว่า การโจมตีหนึ่งครั้งของชายผอมแหงผู้นั้น ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินจินตนาการเสียยิ่งกว่า!
เหล่าเกาและเฒ่าจ้าวเบิกตากว้าง พวกเขาต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน
และในขณะนี้เอง ทุกคนจึงได้เห็นว่าตรงหน้าของลูเยี่ยปรากฏร่างของคนผู้หนึ่ง โปร่งใสราวกับเป็นภาพลวงตา แต่หากมองอย่างพินิจ ก็พอจะแยกแยะได้ว่านั้นคือบุรุษวัยกลางคนที่สวมอาภรณ์ลมเพลิงของนักพรต รูปร่างสูงสง่า
ชายผู้นั้นสวมหมวกทรงสูง ยืนไพล่มือไว้ด้านหลัง แขนเสื้อกว้างใหญ่พริ้วไหวราวกับกลุ่มเมฆ คิ้วและตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและเย่อหยิ่ง แต่กลิ่นอายของเขากลับดูธรรมดาอย่า