ิบสองจำแลง กลายร่างเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งในเผ่าไทสื่อ
จากนั้นก็กระโดดออกไปจากห้วงสุญญตาแห่งนี้ แล้วใช้วิชาหลีกเร้นห้าธาตุทะลวงออกไปตามที่เขาสัมผัสถึงมหาพิภพนิลเหลืองได้
แม้ว่าวิชาหลีกเร้นห้าธาตุจะมีไว้ทะลวงธาตุทั้งห้า แต่พลังอาคมของเขาสูงส่งแข็งแกร่ง เมื่อนำมาใช้ข้ามมิติเวลาก็มิใช่เรื่องยาก
ไม่นานนักเขาก็ร่อนลงในมหาพิภพนิลเหลือง และรีบเดินทางไปยังทิศทางที่กำหนดเอาไว้ก่อนหน้านี้
ตลอดทางนั้นเจียงฉางเชิงไม่ได้รู้สึกว่าถูกจับตามองแต่อย่างใด เพราะเดิมทีวิชามรรคาธรรมชาติก็ทำให้กลิ่นอายว่างเปล่าอยู่แล้ว
หากโลกเทพยุทธ์มีผู้แข็งแกร่งที่สามารถข้ามมิติเวลาได้อย่างสบาย ก็จะสัมผัสกลิ่นอายของเขาได้ และคงจู่โจมเขานานแล้ว
เจียงฉางเชิงไม่ได้เหาะไปอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้เชยชมทิวทัศน์ระหว่างทางด้วยตาตนเองไปด้วยพร้อมกัน
ปราณวิญญาณยุทธ์ในมหาพิภพนิลเหลืองอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ทั้งเทียนจิงและแดนสวรรค์ต่างก็ไมอาจเทียบได้ พูดได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับดินเลยทีเดียว มิน่าเล่าจึงมีผู้แข็งแกร่งอยู่ได้มากมายขนาดนี้
แม้แต่ปราณวิญญาณยุทธ์ก็ยังเป็นเช่นนี้ ปราณวิญญาณฟ้าดินก็ย่อมต้องเป็นดังนี้ด้วยเช่นกัน
ปราณวิญญาณฟ้าดินที่ต้องดูดซับเพื่อบำเพ็ญเซียนนั้น เป็นปราณวิญญาณต้นกำเนิดที่สุดและเป็นปราณวิญญาณที่ซับซ้อนที่สุดด้วย
นับแต่เริ่มบำเพ็ญเซียน ก็จำเป็นต้องรู้แจ้งในธรรมชาติ เทียบเท่ากับการรู้แจ้งในกฎแห่งฟ้าดิน
การบำเพ็ญเซียนมี