ธรณีประตูที่ต้องข้ามไป แต่ธรณีประตูของการฝึกยุทธต่ำกว่ามาก นี่อาจเป็นเพราะมีรากวิญญาณอยู่ก็เป็นได้
จนถึงตอนนี้แม้แต่เจียงฉางเชิงก็ยังไม่เข้าใจระดับขั้นของการบำเพ็ญเซียนอย่างถ่องแท้ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่บำเพ็ญเซียน
เขารู้แค่ว่าตนเองบรรลุเคล็ดวิชาไปถึงขั้นใดแล้วเท่านั้น มีเพียงเขาผู้เดียวที่บำเพ็ญเซียน เมื่อใดที่เขาเปิดระบบการบำเพ็ญเซียนแล้ว คนที่จะกำหนดระดับขั้นของการบำเพ็ญเซียนก็ต้องเป็นเขา
เจียงฉางเชิงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าไปพลาง คิดไปพลาง
ระหว่างทางผู้ฝึกยุทธ์ที่ผ่านตัวเขาไป ต่างเดินทางอย่างเร่งรีบไม่ได้หยุดพัก และไม่ได้เข้ามาใกล้เขาด้วย
ทั่วทั้งนภาดาราต่างก็เป็นดังนี้ หากไม่คุ้นเคยกันก็จะรักษาระยะห่างระหว่างกัน ดูคล้ายโลกเทพยุทธ์เป็นผู้กำหนดความสงบสุขในมหาพิภพนิลเหลือง แต่ความจริงแล้วยังคงวุ่นวายสับสนนัก
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามเต็มๆ เจียงฉางเชิงก็ได้พบกับปัญหา
“เจ้าหนุ่ม ทิ้งของมีค่าทั้งหมดเอาไว้ แล้วจะไว้ชีวิตเจ้า!”
เสียงหัวเราะหยันหนึ่งดังมา มองเห็นว่าเป็นผู้ฝึกยุทธกลุ่มหนึ่งที่ขี่กระบี่มา คล้ายฝึกกระบี่มาไม่น้อย เพียงแต่พวกเขาไม่ได้มีราศีโดดเด่นของมือกระบี่ที่เป็นผู้บำเพ็ญเซียนเลยแม้แต่น้อย เหมือนพวกโจรป่าเสียมากกว่า
คนหัวหน้าเป็นชายร่างกำยำบนหัวโล้นของเขามีแผลเป็นที่เหมือนตะขาบอยู่เต็มไปหมด ยากจะจินตนาการได้ว่าเขาเคยพบกับเรื่องใดมาก่อนหน้านี้
เท้าของเขาเหยียบบนกระบี่ แบกดาบไว