เมืองหลวงมาถึง ในใจทุกคนต่างเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจแล้ว
แม้แต่เทียนปอฉงก็อดทนไม่ไหวแล้ว “นานขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่มาสักที”
เซวียไปซงปลอบประโลมว่า “ท่านใต้เท้ามักจะมาถึงช้าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้!”
“พวกหัวทึบทั้งหลาย ต่อให้พวกเจ้าจะรอจนแก่ตายก็ไม่มีวันได้พบแล้ว!”
ทันใดนั้น เสียงที่ไพเราะและชัดเจนก็ดังขึ้น ทุกคนหันศีรษะไปมอง
เห็นเพียงรถม้าสีดำคันหนึ่งกำลังแล่นเข้าสู่ประตูเมือง หญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามโดดเด่นผู้อื่น เปิดม่านรถม้าออก เผยรอยยิ้มอันสดใสมาทางพวกเขา
ผู้ที่ขับรถม้าคือชายชราสวมหมวกดำ ผู้ที่ตามหลังรถม้ามาคือบุรุษร่างใหญ่ในชุดขนสัตว์
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว ชายชราสวมหมวกดำก็กล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยนว่า “คุณหนูพูดถูกต้องแล้ว” บุรุษร่างใหญ่ในชุดขนสัตว์เผยรอยยิ้มซื่อ ๆ “ตราบใดที่คุณหนูพูด ย่อมถูกต้องเสมอ!”
“เอาแต่ประจบสอพลอ น่ารำคาญ!”
หญิงสาวนึกถึงอะไรบางอย่าง รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็เลือนหายไป ดวงตางดงามของนางมองไปที่ข้อมือของตน มีสร้อยข้อมือสีทองสว่างพันอยู่รอบข้อมือขาวหิมะ ทำจากเถาวัลย์ของปีศาจเถาวัลย์ใยแมงมุม ถักทอเป็นลวดลายดอกไม้และเมฆขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าว
สร้อยข้อมือนีไมนับว่าเป็นวัตถุล้ำค่าอะไร แต่เมื่อเห็นสิ่งนี้ แววตาของหญิงสาวค่อย ๆ หม่นหมองลง
ต่อจากนี้ คงยากที่จะได้พบกับโจรหน้าด้านผู้นั้นอีกแล้ว