ห้มาตรึงฉินอูซางโดยเฉพาะ!
‘เพียงแต่หวังว่าฉินอูซางจะเข้าใจความลำบากใจของข้า และไม่หลงผิดเพียงเพื่อตระกูลลูอันไรความสำคัญตระกูลเดียว’
ในขณะที่หลัวอวินเจิงคิดอยู่ในใจ เขาก็ก้าวเดินไปยังดินบรรพบุรุษของตระกูลลู
“หยุดนะ ข้าจะปล้น!”
ทันใดนั้น บุรุษร่างใหญ่ในชุดขนสัตว์ที่มีผมรกรุงรังก็ขวางทางไว้อยู่เบื้องหน้า
“เจ้า… จะปล้นข้าอย่างนั้นหรือ?”
หลัวอวินเจิงชะงัก เกือบสงสัยว่าตนเองได้ยินผิดไป
เขามองสำรวจบุรุษร่างใหญ่สวมเสื้อขนสัตว์ที่ขวางทางอยู่ตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ แต่ไม่พบสิ่งใดน่าสนใจเป็นพิเศษ จึงอดขำในใจไม่ได้
คนผู้นี้คงเป็นโจรโง่เขลาแน่ ๆ มิเช่นนั้นไฉนจึงไม่มีสายตาในการมองคนแม้แต่น้อย?
บุรุษร่างใหญ่สวมเสื้อขนสัตว์กล่าวอย่างอหังการว่า “ทิ้งสิ่งของทั้งหมดที่ติดตัวเจ้าไว้ แล้วยืนนิ่ง ๆ ปล่อยให้ข้าทุบกะโหลกเจ้าให้แหลกด้วยหมัดเดียว เท่านี้ก็พอแล้ว”
หลัวอวินเจิงไม่อยากเสียเวลาพูดจาโต้เถียงกับโจรโง่เขลา เขาจึงเพียงสะบัดแขนเสื้อ
พลังอันทรงพลังระลอกหนึ่งซัดออกมา หมายจะสังหารบุรุษร่างใหญ่ให้ตายคาที่
แต่กลับเห็นบุรุษร่างใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่มีบาดเจ็บแม้แต่น้อย เขาเผยรอยยิ้มชื่นชมว่า “เจ้าช่างเป็นคนกตัญญูจริง ๆ ยังรู้จักช่วยเกาให้ท่านปู่แก้คันเล่นด้วย!”
หลัวอวินเจิงรู้สึกเปลือกตากระตุก ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง!
“มาสิ ท่านปู่จะมอบตบหนึ่งให้เป็นรางวัล เปิดแสงสว่างให้กับหัวของเจ้า!”
บุรุษ