ชราสวมหมวกดำดวงตาฉายแววผิดปกติเล็กน้อย “ไม่เป็นไร”
เชี่ยหลิงชิวพยักหน้าและกล่าว “ครั้งนี้ต้องขอบคุณพวกท่านมาก”
พวกท่าน?
ลูเยี่ยฉุกคิดขึ้นได้ทันทีว่า คราวนี้เชี่ยหลิงชิวไม่ได้เชิญมาเพียงแค่ชายชราสวมหมวกดำคนเดียว
ที่ดินบรรพบุรุษตระกูลลู
ในขณะที่เวยชางเจียไปหาตระกูลลู ก็มีอีกคนหนึ่งปรากฏตัวใกล้ ๆ กับหอจันทราที่ด้านนอกที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลูเช่นกัน
นิคือชายวัยกลางคนในชุดบัณฑิตที่มีบุคลิกหน้าตาองอาจสงางาม
เขายืนเอามือไพล่หลัง มองป้ายคู่บทกลอนที่อยู่สองข้างประตูใหญ่ของหอจันทราพลางกล่าวเบา ๆ ว่า “ขอยืมแสงจันทร์จากฟากฟ้า ส่องแสงแก่สรรพชีวิตในโลกมนุษย์นับพันปี… ช่างน่าขบคิดยิ่งนัก”
ชายวัยกลางคนในชุดบัณฑิตเลื่อนสายตามองไปทางที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลู
“ฉินอูซาง ประมุขตระกูลฉินแห่งชางโจวได้ก้าวขึ้นเป็นอันดับที่หกสิบเก้าในจัดอันดับบัญชีรายชื่อปรมาจารย์ยุทธ์แห่งต้าเฉียนตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนแล้ว”
“คนผู้นี้เป็นคู่ต่อสู้ที่ยากจะรับมือจริงๆ คราวนี้คงต้องมีการต่อสู้ที่ดุเดือดแล้ว…”
ชายวัยกลางคนในชุดบัณฑิตปัดฝุ่นบนชุดคลุม ดวงตาเปล่งประกายความร้อนแรง
เขามีนามว่าหลัวอวินเจิง เป็นผู้อาวุโสรับเชิญของตระกูลเวย และยังดำรงตำแหน่งในสำนักศึกษาต้าเฉียน
เขามีพลังบำเพ็ญขอบเขตหลอมรวมศักดิสิทธิ มีอุปนิสัยสงางามเปี่ยมด้วยคุณธรรม ขึ้นชื่อว่าเป็นบุรุษผู้มีความประพฤติอันดีงาม
การมาในครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากตระกูลเวย ใ