บทที่ 89 มรสุมโหมกระหน่ำฉินอูซางและท่านอาลู่ซิงอี้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายอย่างแท้จริง คำพูดของเขาจึงย่อมเชื่อถือได้ ลูเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สำหรับคำถามว่าจะละทิ้งที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลูหรือไม่นั้น เขาก็มีคำตอบที่ชัดเจนแล้ว หลังจากพูดคุยกับฉินอูซางอีกสักพัก ลูเยี่ยจึงขอตัวกลับ
“โอ คุณชายลูกลับมาแล้วหรือ?” ที่ประตูใหญ่ของตระกูลลู เมื่อเห็นลูเยี่ยกลับมา หลัวหงก็ยิ้มอย่างไม่จริงใจ “ไม่ทราบว่าวันนี้คุณชายลูได้ทำเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนโลกไปกี่เรื่องแล้ว?”
“สิ่งที่ไม่ควรถาม ก็อย่าไปถาม” ลูเยี่ยเดินเข้าไปตบไหล่หลัวหงเบา ๆ “หน้าที่ของเจ้าคือช่วยข้าดูแลประตูใหญ่ของตระกูลลูให้ดี”
หลัวหงชี้ที่จมูกตัวเอง ตาเบิกกว้างด้วยความโกรธ “เจ้า… เจ้ากล้าว่าข้าเป็นสุนัขเฝ้าประตูงั้นรึ!?”
“นั่นเป็นคำพูดของเจ้าเอง ข้าไม่ได้พูดนะ” ลูเยี่ยเดินเข้าประตูจวนไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้หลัวหงโกรธจัดจนควันออกหู
เมื่อกลับถึงจวน สิ่งแรกที่ลูเยี่ยทำคือเปิดจดหมายที่ฉินชิงหลีเขียนด้วยลายมือตนเอง
‘เจ้าคนสารเลว ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นสักทีสินะ? ฮ่า ๆ ๆ สมแล้วที่ว่าคนสารเลวอายุยืนหมื่นปี! แม้แต่สวรรค์ก็ยังไม่ยอมรับเจ้า!’
ประโยคแรกเริ่มต้นก็ทำให้ลูเยี่ยกระตุกมุมปากเล็กน้อย ในห้วงความคิด ภาพเงาอันงดงามของหญิงสาวที่กำลังหัวเราะอย่างเบิกบานผุดขึ้นมาโดยไมอาจห้ามได้ ขณะที่นางเขียนจดหมาย สีหน้าและแววตาของนางคง