ี่ยรู้สึกคล้ายมีบางสิ่งเคลื่อนไหวในใจ เขาโยนไหสุราในมือให้กับเหล่าเกาโดยไม่หันหลังกลับมามอง ส่วนตัวเองก็ก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเงาร่างสูงตระหง่านของเด็กหนุ่มเดินห่างออกไป เหล่าเกาถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดวงตาขุ่นมัวของเขามองไปยังท้องฟ้า
ยังไม่ถึงเวลาอันเหมาะสม มังกรวารีตัวใดเล่าจะกล้าส่งเสียง?
ตระกูลลู ภายในเรือนที่ลู่ซิงอี้เคยพำนักอยู่
หลังจากลูเยี่ยกลับมาถึงจวน เขาก็ตรงมายังที่นี่ทันที แทบจะรื้อค้นทุกซอกทุกมุม ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่กลับไม่พบร่องรอยใด ๆ เลย
“แปลกนัก เหตุใดเหล่าเกาถึงมั่นใจว่าท่านอาจะทิ้งแผนสำรองไว้เล่า?”
ลูเยี่ยขมวดคิ้ว
เขาก้มหน้าลงมองจดหมายที่อยู่ในมือ ล้วนเป็นจดหมายที่ท่านอาทิ้งไว้ แต่ทั้งหมดเป็นจดหมายเก่าเมื่อหลายปีก่อน เนื้อหาก็ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งสิ้น
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลูเยี่ยจึงหยิบจดหมายเหล่านี้ขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทันใดนั้น เมื่อได้เห็นจดหมายฉบับหนึ่ง ลูเยี่ยรู้สึกสะดุดใจ
จดหมายฉบับนี้ลงวันที่ในวันที่สามหลังจากลูเยี่ยตกอยู่ในอาการหลับใหลเมื่อสามปีก่อน เป็นจดหมายที่ลู่ซิงอี้เขียนด้วยลายมือตัวเอง ส่งถึงลูปอหยาผู้เป็นปู่ของลูเยี่ยหลังจากได้ทราบข่าวการตกอยู่ในภาวะหลับใหลของลูเยี่ยขณะที่เขาอยู่ต่างเมือง
เนื้อหาในจดหมายนั้นเรียบง่าย เพียงสอบถามว่าลูเยี่ยตกอยู่ในภาวะหลับใหลได้อย่างไร และอาการเป็นอย่างไรบ้าง
แต่ในช่วงท้ายของจดหมาย มีประโยคหนึ่งท