ิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอ
ลูเยี่ยและอีกาหัวขาวกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารกินกันอย่างเพลิดเพลิน
“เจ้าหลานชายเวยซุนนั่นจนปานนี้ก็ยังไม่กล้าโผล่หัวออกมา แน่ใจได้เลยว่ามันต้องตกใจกลัวแน่ ๆ”
อีกาหัวขาวบ่นพึมพำ
ลูเยี่ยรู้สึกแปลกใจหลังจากคืนนี้การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิก็จะสิ้นสุดลงแล้ว เวยซุนจะสามารถอดทนไม่ลงมือได้จริงๆ หรือ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้จากภายนอกถ้ำท่ามกลางสายฝนอันมืดมิดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ลูเยี่ย! ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่บริเวณใกล้เคียงนี้ เจ้ากล้าออกมาต่อสู้กับข้าหรือไม่?”
เป็นเสียงของเวยซุน!
ลูเยี่ยและอีกาหัวขาวมองหน้ากัน คนผู้นี้เก่งจริงๆ ถึงกับสามารถหาที่นี่เจอได้
“วางใจเถิดคราวนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้าประลองกันอย่างเป็นธรรม!”
“ข้าเวยซุนขอสาบานต่อวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลเวย หากเจ้ากล้าสู้กับข้า ข้ารับรองว่าจะไม่ใช้อาวุธภายนอกใด ๆ ทั้งสิ้น จะใช้เพียงพลังของตนเองตัดสินความเป็นความตายกับเจ้าเท่านั้น!”
“หากข้าผิดคำพูดขอให้ตายไม่ดี!”
สายฝนเทกระหน่ำยามราตรีท้องฟ้ามืดดั่งหมึกเสียงของเวยซุนดังก้องกังวาน
“ท่านใต้เท้าคนผู้นี้ต้องใช้กลอุบายแน่ ๆ”
อีกาหัวขาวกล่าวว่า “คำสาบานของเขาเหมือนกับลมตด ไม่สามารถเชื่อถือได้เลย”
“อย่ากังวลไปเลย”
ลูเยี่ยลุกขึ้นยืนกล่าวเสียงเบาว่า “กินอิ่มแล้วออกไปย่อยอาหารสักหนอยก็ดี”
ในความคิดของเขาภาพความรุนแรงและโศกเศร้าที่ได้เห็นในตระกูลหยวนก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
เจตนาสังหารที่ซ่อนอยู