กฐานหรือไม่?”
ฉีชิงอวินพลันก้าวออกมาแล้วตวาดว่า “หากไร้หลักฐานก็จงปิดปากกันให้หมด!”
ลวีเชอก็ก้าวออกมาเช่นกันกล่าวเสียงเย็นว่า “ลูเยี่ยเป็นนายกองกรมปราบปีศาจของข้า หากไร้หลักฐานที่แน่ชัด ผู้ใดกล้าใส่ร้ายเขา ข้ากับกรมปราบปีศาจจะเป็นคนแรกที่ไม่ยินยอม!”
ทันใดนั้นบรรยากาศในที่แห่งนั้นก็เงียบสงบลง
ไม่มีผู้ใดสามารถนำหลักฐานที่แน่ชัดออกมาได้
แม้จะเห็นกับตาว่าลูเยี่ยสังหารคนแต่หากไร้หลักฐานก็ไร้ประโยชน์!
ถึงแม้พานโชวหูและคนอื่น ๆ จะรู้สึกไม่พอใจในใจอย่างมากแต่พวกเขาก็ขี้เกียจที่จะโต้แย้งอะไร
ไร้ซึ่งหลักฐานย่อมทำให้การโต้เถียงใด ๆ ก็สูญเปล่า
พวกเขาสนใจแค่เพียงว่าลูเยี่ยจะตายเมื่อใดเท่านั้น!
มีเพียงหลัวหงที่เจ็บปวดใจอย่างยิ่งจนเอ่ยว่า “หากโคมไฟสวรรค์เงาจารึกยังอยู่ จะต้องเก็บรวบรวมหลักฐานเพียงพอได้แน่!”
ยามนี้เขาสงสัยอย่างยิ่งว่าโคมไฟสวรรค์เงาจารึกถูกลูเยี่ยทำลายไปแล้ว!
ต่อจากนี้ก็ได้แต่รอดูความสามารถของเวยซุนแล้ว
เซวียไป๋ซงส่งเสียงกระแสจิตมาว่า “หวังเพียงว่าเมื่อการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้จะมีข่าวดีส่งกลับมา”
ทุกคนต่างเข้าใจดีว่าเวยซุนจะเป็นความหวังเดียวที่จะสังหารลูเยี่ยได้
ยามราตรีเขาไป๋เยี่ยนเกิดฝนตกหนักเสียงฝนกระทบต้นไม้บนภูเขาสงเสียงซ่าดังก้องไปทั่ว
ลูเยี่ยและอีกาหัวขาวกำลังพักผ่อนอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง
กองไฟลุกโชนเนื้อของปีศาจที่เสียบไม้ย่างกลายเป็นสีทองและมีน้ำมันซึม กล