บทที่ 62 ปราชญ์ไล่ล่าตะวันโลหิตร้อนระอุสาดกระเซ็นในยามค่ำคืน ร่างของเซวียเป่ยเหิงที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนล้มลงกับพื้น
“ท่านใต้เท้าเซวียตายแล้วหรือ?” พวกหลี่ชูหนานที่เพิ่งโห่ร้อง ต่างพากันตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
ใครจะคาดคิดว่ายอดฝีมือขอบเขตเจ็ดจะพ่ายแพ้และตายด้วยน้ำมือของขอบเขตชักนำวิญญาณ
“เจ้าคนผู้นี้เป็นปีศาจหรือไร เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งเพียงนี้?” หลี่ชูหนานสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ
เขาเพิ่งตระหนักว่า หากลูเยี่ยต้องการสังหารพวกเขาคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใด
“แสร้งเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือ! พวกเราเจอกับฉากคลาสสิกในนิยายเข้าจนได้!” มีคนร้องเสียงดังตัวสั่นเทา
“อะไรกัน แสร้งเป็นหมูหลอกกินเสือ? พวกเจ้ากล้าเรียกตัวเองว่าเสือด้วยรึ?” อีกาหัวขาวแสดงท่าทีดูแคลน
ในขณะนั้นลูเยี่ยคว้าหอกใหญ่สีเงินเอาไว้แล้วพุ่งเข้าสังหารศัตรูเหล่านั้น
หอกสีเงินแผ่แสงสายฟ้า ส่งให้ร่างในอาภรณ์สีดำของลูเยี่ยดุจเทพเจ้าที่เสด็จลงมายังโลกมนุษย์
เพียงชั่วพริบตาเดียว ยอดฝีมือเจ็ดแปดคนถูกฟันสังหารในทันที เศษเนื้อกระเด็น เสียงโหยหวนสะเทือนฟ้า
“ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน!” อีกาหัวขาวกระพือปีกร้องตะโกนก้อง
ลูเยี่ยบุกสังหารเข้าไปในกลุ่มศัตรู หอกใหญ่พุ่งทะลวงราวกับเสือเข้าฝูงแกะ บุกตะลุยไปอย่างไม่มีอะไรขวางกั้น
“ถอยเร็วเข้า ถอย!” หลี่ชูหนานตะโกนลั่น รู้สึกเจ็บปวดราวกับหัวใจจะแตกสลาย
“หนีเร็ว!” ศัตรูเหล่านั้นขวัญหนีดี