ากทำเช่นนั้น
การใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ เพื่อดึงดูดให้ศัตรูตามมายิ่งมากเท่าใดก็ยิ่งดี
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ศัตรูที่ไล่ตามอดใจไม่ไหวลงมือ ลู่เยี่ยควบคุมจังหวะการเดินหน้าอยู่ตลอด
ทุกครั้งที่ศัตรูมีแนวโน้มจะไล่ตามมาทัน เขาจึงจะเร่งฝีเท้า เว้นระยะห่างระหว่างกันออกไป ทำให้ศัตรูทั้งไม่สามารถโจมตีได้ และไม่สามารถล้อมโจมตีได้
ทั้งหมดนี้ ย่อมมาจากการใช้ประโยชน์อันมหัศจรรย์จากจิตเทวะอันทรงพลังของลู่เยี่ย
ด้วยเหตุนี้ ลู่เยี่ยราวกับกำลังพาสุนัขเดินเล่น เดินลึกเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ระหว่างทางนั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพบกับสัตว์อสูร แต่พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นสัตว์อสูรธรรมดา ทำให้ลู่เยี่ยรู้สึกไม่สนใจ เมื่อรับรู้ล่วงหน้าก็หลบเลี่ยงแต่เนิ่นๆ
ไม่ใช่ว่าลู่เยี่ยไม่อยากล่าปีศาจเพื่อสะสมผลงาน แต่เป็นเพราะไม่จำเป็น
ในการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้ มีผู้แข็งแกร่งกว่าห้าร้อยคนเข้าร่วม ซึ่งส่วนใหญ่มาจากฝ่ายศัตรู
ในฐานะศัตรู พวกเขาเหล่านั้นก็จำเป็นต้องล่าปีศาจสะสมผลงานเช่นกัน เพื่อให้ฝ่ายของตนได้อันดับหนึ่งในการจัดอันดับและได้รับรางวัล
ในสายตาของลู่เยี่ยพวก ‘ศัตรู’ เหล่านี้ล้วนเป็นเพียงแค่วัวกับม้าเท่านั้น!
รอให้เขาเหล่านั้นล่าปีศาจมาให้มากพอ แล้วตนเองค่อยไปเก็บเกี่ยวผลงานก็พอ
เหตุใดต้องเหนื่อยล่าปีศาจด้วยตนเองด้วยเล่า?
อีกอย่าง คนเดียวล่าปีศาจสะสมผลงาน จะเทียบได้อย่างไรกับปริมาณของคนหลายร้อยคนล่า