ี่ใหญ่คงเหนื่อยมากเพียงใด
“ในโอกาสต่อไป ข้าจะต้องรักษาโรคร้ายในร่างของพี่ใหญ่ให้ได้ เพื่อให้เขาสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝนได้”
ลู่เยี่ยคิดในใจ
“นั่นคืออะไร?”
ลู่เยี่ยเห็นอย่างฉับพลันว่าในพื้นที่ต่างๆ ของเมืองเทียนเหอมีพลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่งทะลวงขึ้นไปบนท้องฟ้ายามราตรี!
ที่ตั้งของที่ดินบรรพบุรุษตระกูลลู่มีพลังสายหนึ่ง พลังลมปราณเป็นสีน้ำเงินเข้มดั่งหมึก ราวกับเป็นหอกยาวอันคมกล้าไร้เทียมทานที่ปักเข้าไปในท้องฟ้า
สำนักศึกษาเทียนเหอมีพลังสายหนึ่ง หนักแน่นและมั่นคง ราวกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ ผุดขึ้นจากพื้นดินสู่ท้องฟ้า
จวนที่ว่าการกรมตรวจการเสวียนจิ้งมีพลังสายหนึ่ง เปล่งประกายเจิดจ้าดั่งแสงทองของเมฆา ล่องลอยเลื่อนลอย
และในเรือนหลังหนึ่งของตระกูลลู่ก็มีพลังสายหนึ่งเช่นกัน
เพียงแค่มองปราดเดียว พลังลมปราณสายนี้เหมือนเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังลุกไหม้ ดุดันรุนแรงราวกับมังกรเพลิง!
อาจเพราะอยู่ใกล้เกินไป เพียงแค่มองหนึ่งครั้ง ลู่เยี่ยที่กำลังฝึกฝนอยู่ก็หายใจติดขัด จึงหลุดออกจากสภาวะการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์และฟ้าดินในทันที
“นั่นต้องเป็นพลังลมปราณของท่านแม่ทัพเซี่ยหลิงชิวเป็นแน่”
ลู่เยี่ยแอบตกใจ
สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์ผู้ที่อยู่ในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ พลังลมปราณทะยานสู่ท้องฟ้าราวกับควันสัญญาณ รุนแรงดุจเตาหลอมที่กำลังลุกโชน
ตามตำนานเล่าขาน เพียงแค่พลังลมปราณ