ว่วมาแต่ไกลก็ดังขึ้นอย่างเงียบๆ
ลู่เยี่ยที่กำลังนั่งสมาธิอยู่บนก้อนหิน ร่างของเขาหายวับไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันนั้น ภายในคุกสวรรค์ทั้งเก้าแห่งที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกฮุ่นตุ้น ก็มีเสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระลอก
“คนผู้นั้นเป็นใคร เหตุใดถึงสามารถขึ้นบันไดสวรรค์แห่งชิงหมิงได้?”
“เมื่อคราวก่อนหลังจากที่ ‘ผู้ลิขิตสวรรค์’ สามารถฝ่าประตูคุกสวรรค์ออกมาได้ แล้วสามารถฝ่าด่านบันไดสวรรค์แห่งชิงหมิงออกไปได้ ข้าไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะอย่างไรเสียดาบเก้าคุมขังก็อยู่ในมือของเขา”
“แต่เจ้าคนนั้นเป็นอะไรไป? ทำไมไม่มีดาบเก้าคุมขังแต่กลับสามารถก้าวขึ้นบันไดสวรรค์แห่งชิงหมิงได้?”
“หรือว่า เจ้าคนนั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับเจ้าแห่งวิหารเต๋า?”
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าแห่งวิหารเต๋าหายสาบสูญไปนานนับไม่ถ้วนแล้ว ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า เจ้าแห่งวิหารเต๋ามีศิษย์สืบทอดหรือญาติมิตรที่ยังมีชีวิตอยู่!”
“จะเป็นผู้พิฆาตเซียนหรือไม่? อย่าลืมว่า ผู้พิฆาตเซียนคือผู้พิทักษ์ดาบ!”
“คาดเดาไปเพื่ออะไร? ข้ามีลางสังหรณ์ว่า การปรากฏตัวของคนผู้นั้นเมื่อครู่นี้ จะต้องเป็นลางบอกเหตุอย่างแน่นอน หมายความว่ากำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”
ตึง!
จู่ๆ เงาของกระบี่แห่งวิถีก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า และกลับไปกดทับอยู่บนคุกสวรรค์ทั้งเก้าอีกครั้ง
ทันใดนั้น เสียงทั้งหมดก็หายไปสิ้น
ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม
ตระกูลลู่ ภายในห้อง
ลู่