มการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิก็ทำได้
แต่ตามกฎระเบียบที่สี่ตระกูลใหญ่ร่วมกันกำหนดไว้ ถึงแม้ว่าไม่ได้เข้าร่วม ก็ยังต้องนำรางวัลออกมา!
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร?”
ลู่เยี่ยส่ายหน้า “ต้องเข้าร่วม!”
ถ้าไม่เข้าร่วม แล้วจะนำรางวัลกลับมาฟื้นฟูตระกูลได้อย่างไร?
หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง ลู่เยี่ยก็กล่าวต่อว่า “ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่กังวลว่าศิษย์ตระกูลลู่ของเราจะประสบภัย แต่ท่านวางใจเถอะ ข้าจะเข้าร่วมเพียงลำพังเท่านั้น”
ลู่เซียวตกตะลึง “เจ้าคนเดียวหรือ?”
“ใช่!”
ลู่เยี่ยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวล ข้าคนเดียวก็เพียงพอแล้ว!”
เขาเข้าใจดีว่าตนเองต้องแสดงความมั่นใจให้มากพอ เพื่อให้พี่ใหญ่ลู่เซียวจะได้วางใจ
ดังนั้น ก่อนที่ลู่เซียวจะได้ถามอะไรอีก ลู่เยี่ยก็พลิกฝ่ามือขึ้น ม้วนกระดาษม้วนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
“เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่ข้าไปปราบปีศาจที่เมืองซงหยาง ท่านแม่ทัพเซี่ยได้มอบสิ่งนี้ให้ข้า บอกว่าช่วยรักษาชีวิตได้”
“แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์”
ลู่เยี่ยกล่าวเสียงเบา “แต่ผลลัพธ์ท่านก็รู้แล้ว เทพแห่งแม่น้ำราชอสรพิษหางแดง นายกองฟางเป่ยเจิ้นและคนอื่นๆ ล้วนถูกข้ากวาดล้างไปหมดแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เซียวก็ไม่ได้ทัดทานอีกต่อไป
เพียงแต่กำชับว่า “ต้องระวังตัวให้มากนะ! ในการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้ พวกศัตรูเหล่านั้นจะต้องมุ่งเป้ามาที่เจ้าอย่างแน่นอน!”
หลังจากกล่าวลาพี่ใหญ่ลู่เซียวแล้ว ลู่เยี่ยก็ตรงไปห