้คู่บทกลอนที่ดีงามนี้เสียของไปจริงๆ!
ครู่ต่อมา
เรือลำเล็กก็พาลู่เยี่ยออกเดินทางไปจากเกาะ
เบื้องหลังของเขา เกาะซิงจั๋วถูกเปลวเพลิงแดงฉานโหมกระหน่ำกลืนกินไปทั้งหมด
แสงเพลิงส่องสว่างท้องฟ้ายามราตรี แม้กระทั่งชาวบ้านในเมืองซงหยางที่อยู่บนฝั่งยังตื่นตกใจ
“สวรรค์! รังของท่านเทพแห่งแม่น้ำเกิดไฟไหม้แล้ว!”
“เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าสวรรค์เปิดตาดูแล้วหรือ?”
“ฮ่าๆๆ จริงด้วย ปีศาจอสรพิษนั่นได้รับผลกรรมแล้ว!”
ทั่วทั้งเมืองเดือดพล่าน ชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ปรบมือฉลองชัยชนะ
ชาวบ้านบางส่วนถึงกับรีบพุ่งเข้าไปในวิหารเทพแห่งแม่น้ำ ทุบทำลาย ปล้นสะดมและวางเพลิง ระบายความแค้นที่อัดอั้นในใจออกมา
ริมฝั่ง
กระดาษเงินกระดาษทองปลิวว่อน ควันลอยไปตามสายลม
จ้าวชิงกำลังเผากระดาษเงินกระดาษทอง พึมพำในใจว่า “ลู่เยี่ย ข้าไม่ได้เป็นคนทำให้เจ้าต้องตาย หากเจ้ารับรู้ในปรโลก คนที่เจ้าควรเกลียดคือหลี่ฮั่นซาน ฟางเป่ยเจิ้น และพวกใต้เท้าพวกนั้นต่างหาก”
“ส่วนข้า… เพียงแค่เลือกหนทางที่เป็นประโยชน์และหลีกเลี่ยงภัย ไม่อยากตายไปพร้อมกับเจ้าเท่านั้นเอง”
“กระดาษเงินกระดาษทองที่ข้าเผาให้เจ้าเหล่านี้ ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยจากข้า ไปดีเถิด!”
จ้าวชิงถอนหายใจยาวๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
ขณะกำลังเตรียมจะจากไป จู่ๆ เขาก็สังเกตเห็นว่าเกาะซิงจั๋วที่อยู่กลางแม่น้ำในที่ห่างไกลกำลังถูกเปลวเพลิงกลืนกิน
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
จ้าวชิงตกตะลึง