“เถ้ากระดาษแปรเปลี่ยนเป็นผีเสื้อสีขาว น้ำตาและเลือดย้อมให้ดอกตู้เจวียนเป็นสีแดง”
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างฉับพลัน “เจ้ากำลังเผากระดาษเงินกระดาษทองให้ผู้ใด กำลังไว้อาลัยให้ใครอยู่?”
จ้าวชิงหันศีรษะไปมองโดยไม่รู้ตัว ร่างกายพลันแข็งค้าง เอ่ยเสียงแตกตื่น “เจ้าเป็นคนหรือเป็นผี?”
ในความมืดแห่งราตรีที่ห่างออกไป ร่างสูงโปร่งสง่างามกำลังเดินเข้ามา สวมอาภรณ์สีดำ เหน็บดาบอยู่ที่เอว ผู้นั้นคือลู่เยี่ยนั่นเอง
“อย่างไร? เจ้าคิดว่าข้าตายแล้ว จึงมาเผากระดาษเงินกระดาษทองที่นี่ เพื่อไว้อาลัยให้ข้าหรือ?” ลู่เยี่ยเอ่ยถาม
เพียงประโยคเดียวที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับแทงทะลุความในใจของจ้าวชิง
ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“คุณชายรองลู่โปรดอย่าเข้าใจผิด ข้า… ข้าเผากระดาษเงินกระดาษทองเหล่านี้เพื่อสำนึกผิดต่อความตาบอดใจบอดของตัวเอง!”
ตาบอดใจบอด?
ลู่เยี่ยยิ้มน้อยๆ ไม่ได้สาวความในเรื่องนี้ กล่าวว่า “ไปกันเถอะ กลับเมืองเทียนเหอ”
จ้าวชิงชะงักไปเล็กน้อย “แค่พวกเราสองคนเท่านั้นหรือ?”
ลู่เยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “เมื่อครู่ข้าได้ไปยังเกาะซิงจั๋ว แต่กลับพบว่าใต้เท้าฟางและองครักษ์ปราบปีศาจทั้งสามคนนั้น ล้วนตายอย่างอนาถภายใต้ค่ายกลสังหารของราชาอสรพิษหางแดงแล้ว!”
จ้าวชิงอ้าปากค้าง อะไรกัน?!
เขาถามออกไปโดยไม่รู้ตัวว่า “คุณชายรองลู่ หรือว่าค่ายกลสังหารที่ราชาอสรพิษหางแดงใช้เมื่อครู่ ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่ท่านหรื