ฟางเป่ยเจิ้นแกว่งสุราในจอกอย่างช้า ๆ สายตาเย็นชาและเยียบเย็น “คนที่หยิ่งยโสเกินไปย่อมถูกฟ้าลงโทษ ราชาอสรพิษหางแดงนั้นมิใช่ผู้ที่มีใจเมตตาปราณี!”
เขาเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เอาล่ะ พวกเจ้าจงจำไว้ว่าต้องเตรียมสุราให้มากหน่อย”
“เพื่ออันใด?”
“อย่างไรก็เคยร่วมเดินทางกันมา ประเดี๋ยวเราจะไปไว้อาลัยให้วิญญาณของลู่เยี่ยด้วยกัน!”
ราตรีมืดมิดราวหมึก แสงดาวพร่างพราย
แม่น้ำซงหยางไหลเชี่ยวกราก เสียงคลื่นดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง
บนเเกาะชิงจั๋วที่ตั้งอยู่ใจกลางแม่น้ำ โคมไฟสว่างไสวเจิดจ้า ระยิบระยับดั่งมังกรไฟที่ขดตัว ขับไล่ความมืดมิดของราตรี ช่างโดดเด่นยิ่งนัก
ที่นั่นคือรังของเทพแห่งแม่น้ำ ราชาอสรพิษหางแดง
“เกาะแห่งนี้ช่างเป็นสถานที่พิเศษจริง ๆ”
ลู่เยี่ยไพล่มือไว้ข้างหลัง ยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำใหญ่มองออกไปไกล
เขาเคยพลิกอ่านสำนวนคดีฆาตกรรมของเมืองซงหยางอย่างละเอียด
สิ่งที่ปลุกความสนใจของเขาก็คือเกาะชิงจั๋วแห่งนี้
แม่น้ำซงหยางที่ไหลผ่านสถานที่แห่งนี้ ครึ่งหนึ่งใสสะอาด ส่วนอีกครึ่งหนึ่งขุ่นมัว
เกาะชิงจั๋วตั้งอยู่ตรงกลางบริเวณจุดบรรจบระหว่างความใสและความขุ่นพอดี