ในช่วงดึกของคืนนั้น ฝนที่ตกหนักค่อย ๆ หยุดลงในที่สุด
“เจ้าเด็กคนนี้ยังมีอารมณ์มาฝึกฝนอีกหรือ?”
เมื่อฟางเป่ยเจิ้นนำองครักษ์ปราบปีศาจสามนายเข้ามาในห้องโถงของวัด เขาก็เห็นลู่เยี่ยกำลังนั่งสมาธิอยู่ ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
หากไม่มีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม จะกล้าเย่อหยิ่งไร้ความเกรงกลัวเช่นนี้ได้อย่างไร?
“ท่านใต้เท้าฟางมาทำอันใดหรือ?”
ในชั่วขณะที่เงียบสงบ ลู่เยี่ยที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็เปิดเปลือกตาขึ้นมา แววตาเปล่งประกาย
ในที่สุดคนเหล่านี้ก็ทนไม่ไหวจะลงมือแล้วหรือ?
“คุณชายรองลู่อย่าได้คิดมากเลย!”
ฟางเป่ยเจิ้นใจเต้นแรง จึงรีบอธิบาย “ฝนหยุดตกแล้ว และเวลาก่อนฟ้าสางก็เหลือไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม พวกเราตั้งใจจะออกเดินทางไปยังเมืองซงหยางทันที!”
ลู่เยี่ยรู้สึกผิดหวังทันที “ข้ายังคิดว่าคืนนี้จะมีเรื่องราวเกิดขึ้นเสียอีก...”
ฟางเป่ยเจิ้นสูดลมหายใจเย็นเฉียบเข้าไป
เป็นไปตามคาด ลู่เยี่ยผู้นี้คงเตรียมกับดักไว้นานแล้ว รอให้เขาทั้งหลายโดดเข้าไปเอง
โชคดีที่ตนเองอดทนเอาไว้ได้!
“หากคุณชายรองลู่ไม่ขัดข้อง พวกเราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลยหรือไม่?”
ฟางเป่ยเจิ้นพยายามทำใจให้สงบ และถามด้วยรอยยิ้ม