“อย่างไรก็ตาม หากข้าสามารถสร้างรากฐานแห่งเต๋าที่สามารถยืนหยัดอย่างองอาจเหนือผู้อื่นในดินแดนหลิงชางได้ ไม่ว่าจะต้องใช้หินวิญญาณไปมากเท่าใด ก็ถือว่าคุ้มค่า” ลู่เยี่ยคิดในใจ
ประสบการณ์สามปีในการผจญภัยในสนามรบนอกอาณาเขต ทำให้วิสัยทัศน์ของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ต้าเฉียนอีกต่อไป แต่กว้างไกลไปทั่วทั้งดินแดนหลิงชาง
ไม่นานนัก ลู่เยี่ยก็หยิบกล่องหินวิญญาณอีกกล่องหนึ่งออกมา แล้วฝึกฝนต่อไป
แสงเต๋าสีฟ้าอมเขียวอ่อน ๆ สายหนึ่งไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ดูเลือนรางราวกับความฝัน
ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก ดาวดวงเล็ก ๆ สิบเก้าดวงซึ่งเป็นตัวแทนของรอบประทับบรรพจารย์สั่นไหวเบา ๆ หลั่งละอองแสงหลากสีลงมา ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่จิตเทวะของลู่เยี่ยอย่างเงียบงัน
ในขณะเดียวกัน ระหว่างเส้นลายมือบนฝ่ามือขวาของลู่เยี่ย ผังดาบเก้าคุมขังอันคุ้นเคยค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ
ในภาพนั้น มีความโกลาหลแผ่ปกคลุมไปทั่ว และมีซากปรักหักพังลึกลับที่เหมือนคุกคุมขังเก้าแห่งปรากฏให้เห็นลาง ๆ และเงาของดาบแห่งวิถีหนึ่งเล่มกดทับอยู่เบื้องบน