หลิวจิ่นเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “นอกจากตระกูลพานและกรมตรวจการเสวียนจิ้งแล้ว ยังมีกลุ่มอำนาจอื่นที่จับตาดูที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลู่อีกงั้นหรือ?”
ฉินอู๋ซางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง “ในโลกนี้มีปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์กี่คนกันที่จะต้านทานความเย้ายวนของที่ดินบรรพบุรุษตระกูลลู่ได้?”
“ข้าเคยสัญญากับลู่ซิงอี้ไว้ว่า หากวันหนึ่งเขาเป็นอะไรไป ข้าจะช่วยดูแลที่ดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลลู่ให้”
ทันใดนั้นดวงตาของฉินอู๋ซางก็เปลี่ยนเป็นลึกล้ำขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ข้าย่อมไม่อาจผิดคำพูดได้!”
น้ำเสียงเด็ดขาดและหนักแน่น
“ลู่ซิงอี้…”
สายตาของหลิวจิ่นเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย “บุคคลอัจฉริยะผู้หาใดเปรียบเช่นนี้ จะหายตัวไปได้อย่างไรในการรบที่ด่านเทียนหลาง…”
เมืองเทียนเหอมีสี่ตระกูลใหญ่
ได้แก่ ตระกูลลู่ ตระกูลหลี่ ตระกูลฟาง และตระกูลฉี
ในอดีตตระกูลลู่มีบรรดาผู้อาวุโสหลายท่านคอยเป็นเสาหลักให้กับตระกูล และมีลู่ซิงอี้ซึ่งเป็นปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์ที่อยู่ในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์เป็นเสาหลัก อำนาจของพวกเขาแข็งแกร่งมาก สามารถกดข่มทั้งสามตระกูลใหญ่ได้อย่างมั่นคง