เซี่ยหลิงชิวถอดอาภรณ์ไปพลาง กล่าวอย่างไม่ใส่ใจไปพลางว่า “เจ้าพูดเองไม่ใช่หรือว่าคราบเลือดบนอาภรณ์นี้มีกลิ่นอายของปีศาจกู่พิษเผาใจติดอยู่ ซึ่งจะมีประโยชน์มากในภายภาคหน้า”
ขณะที่พูด อาภรณ์สีแดงเหมือนเปลวเพลิงก็ถูกเซี่ยหลิงชิวถอดออกแล้ว
ลู่เยี่ยต้องตกตะลึงอย่างรุนแรง
เซี่ยหลิงชิวเกิดมาพร้อมความงามที่โดดเด่น ใบหน้าละเอียดอ่อนและมีเสน่ห์ ผิวขาวราวหิมะ ผ่องใสราวกับแก้ว โดยเฉพาะคู่ขาเรียวยาวคู่นั้น เมื่อถอดอาภรณ์สีแดงถูกถอดออกเผยให้เห็น ก็สร้างความตกตะลึงให้กับจิตใจอย่างแท้จริง
ไม่เพียงแต่ยาวเท่านั้น แต่ยังสมส่วนและอ่อนนุ่ม ผอมแต่ไม่เห็นกระดูก ไม่อวบจนเกินไป!
แม้ว่าใต้อาภรณ์สีแดงของเซี่ยหลิงชิวจะยังสวมเสื้อชั้นในผ้าไหมที่ปิดบังร่างกายอันน่าภาคภูมิของนางไว้ ไม่ถึงกับเผยความงามทั้งหมด
แต่เพียงผิวขาวดั่งหิมะที่โผล่ออกมา ก็ทำให้ลู่เยี่ยต้องสูดหายใจเย็น ๆ เฮือกแล้วเฮือกเล่า จึงจะสามารถข่มปฏิกิริยาของร่างกายลงได้
“ทำไมไม่หันหลังไป ไม่มีความละอายบ้างหรือไร?”
เซี่ยหลิงชิวเหลือบตามองลู่เยี่ย
เจ้าเด็กนี่ไม่มีท่าทีเขินอายเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะหลบเลี่ยง