พ่อบ้านอวิ๋นเถิงก็ยืนยิ้มประจบอยู่ด้านข้างพลางกล่าวว่า “ถูกต้อง ๆ ผู้น้อยทราบว่าท่านแม่ทัพเซี่ยจะมาเยือนวันนี้ ใต้เท้าของข้าไม่กล้าละเลย จึงได้เตรียมงานเลี้ยงไว้อย่างพิถีพิถันแล้ว รอเพียงท่านแม่ทัพเซี่ยมาลิ้มลองเท่านั้น”
หญิงสาวนั้นขมวดคิ้วขึ้นมา นางรู้สึกลังเลเล็กน้อย
เรื่องแบบนี้ นางที่เป็นศิษย์ไม่สามารถตัดสินใจเองได้
แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้สอบถาม ม่านด้านข้างของรถม้าก็ถูกเปิดออก และศีรษะของลู่เยี่ยก็โผล่ออกมา
“แปลกจริง วันนี้เมื่อข้ามาเยี่ยม ท่านอาเทียนไม่อยู่ แต่เหตุใดตอนนี้กลับมาแล้วเล่า?”
ลู่เยี่ยยิ้มอย่างสดใส แล้วจ้องมองเทียนป๋อฉง
“ลู่เยี่ย! ?”
เทียนป๋อฉงและพ่อบ้านอวิ๋นเถิงประหนึ่งถูกสายฟ้าฟาด ทั้งสองคนตกตะลึงจนดวงตาแทบจะถลนออกมา แทบไม่กล้าเชื่อสายตาตนเอง
เจ้าคนนี้มาอยู่ในรถม้าของท่านแม่ทัพเซี่ยได้อย่างไร?
ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
ในชั่วขณะนั้น ทั้งสองคนก็ตกตะลึง จนไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ทันทีที่เห็นลู่เยี่ย แม่นางนั่วนั่วก็โกรธจัด กล่าวด้วยความเดือดดาล “เจ้าโจรน้อย เจ้าคิดจะอาศัยสถานะของท่านอาจารย์ข้าเพื่อข่มขู่ผู้อื่นอีกแล้วรึ? ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!”