“เด็กคนนี้ช่างโอหังยิ่งนัก!”
หลี่ฉางเฟิงกัดฟันด้วยความแค้นเคือง เขากล่าวด้วยเจตนาสังหาร “ถือโอกาสนี้ ต้องจับกุมเขาให้ได้!”
“ไป พาผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ไปยังลานประลองยุทธ์!” เซวียไป๋ซงออกคำสั่ง
ณ ลานประลองยุทธ์
พายุและฝนกระหน่ำเพิ่งผ่านไป แสงอาทิตย์ทอดทะลุผ่านชั้นเมฆ งดงามราวกับภาพมายา
ตรงกลางลานประลองยุทธ์
ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!
ลู่ผิงกำลังถือไม้ตีกับฆ้องทองแดง เกิดเสียงดังแผ่กระจายไปไกล ทำให้บรรยากาศดูคึกคักขึ้นมาก
ศิษย์มากมายจากสำนักศึกษาเทียนเหอต่างถูกดึงดูดให้มารวมตัวกันรอบ ๆ ลานประลองยุทธ์
“คนผู้นั้นคือลู่เยี่ยที่ฟื้นคืนชีพจากความตายหรือ? เขาช่างดูหนุ่มเหลือเกิน!”
“เขากำลังจะทำอะไรกัน?”
“ไม่เห็นหรือไร เขากำลังร้องเรียกความเป็นธรรมอยู่อย่างไรเล่า!”
ในสายตาของทุกคน ลู่เยี่ยในอาภรณ์สีดำมีดาบแขวนเอว ยืนไพล่มือไว้ด้านหลัง ยืนตรงอยู่กลางลานประลองยุทธ์ ร่างสูงโปร่งของเขายืนอย่างสง่างาม อาบไล้แสงสว่างจากท้องฟ้า
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดกลับไม่ใช่ลู่เยี่ย หากแต่เป็นสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าของเขา
พวกเขาคือหานซานเชวี่ยผู้ดูแลหอลงทัณฑ์และอาจารย์หลี่ทั่ว