เขาและเซวียไป๋ซงสบตากัน แล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน ภายในตำหนักใหญ่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข
ทันใดนั้น เสียงร้องแหลมสูงด้วยความตกใจก็ดังขึ้นนอกตำหนักใหญ่
“ท่านเจ้าสำนัก เกิดเรื่องแล้วขอรับ!”
องครักษ์คนหนึ่งรีบร้อนวิ่งเข้ามา แล้วเล่าเรื่องราวอันนองเลือดที่เกิดขึ้นในหอลงทัณฑ์ทั้งหมดอย่างละเอียด
ลู่เยี่ย! เจ้าหนูคนนั้นกล้าบุกเข้าไปในสำนักศึกษาเทียนเหออย่างนั้นหรือ?
เซวียไป๋ซงแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน จึงถามว่า “มีคนอื่นไปกับเขาด้วยหรือไม่?”
“ไม่มีขอรับ!”
“แล้วตอนนี้ตัวเขาอยู่ที่ใด?”
“เขา… เขาไปที่ลานประลองยุทธ์ และก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โต บอกว่าจะเปิดโปงความชั่วร้ายอันน่าอับอายของท่านเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสสูงสุด ให้ทั่วทั้งใต้หล้าได้รู้ขอรับ!”
ใจของเซวียไป๋ซงพลันตึงเครียดขึ้นมา เขาตระหนักได้โดยพลันว่า เรื่องไม่ดีแล้ว
ต้องรู้ไว้ว่า เรื่องที่เกี่ยวกับบรรดาบุตรหลานของตระกูลลู่นั้นไม่สามารถเปิดเผยต่อผู้ใดได้
หากถูกลู่เยี่ยป่าวประกาศให้รู้ไปทั่วแล้วนั้น ข่าวนี้ก็คงไม่อาจปิดเป็นความลับได้อีกต่อไป
และหากเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมือง ราชสำนักต้าเฉียนย่อมไม่อาจเมินเฉยได้เป็นแน่!