เวลานี้เขายังไม่สามารถยืนยันความจริงได้ จึงไม่ควรคาดเดาไปเองก่อน
ในระยะไกลออกไป เขาสามารถมองเห็นอาคารโบราณจำนวนมากที่เรียงรายกันอยู่ มีศิษย์จากสำนักศึกษาเทียนเหอเดินไปมาท่ามกลางอาคารเหล่านั้น
“หลายปีแล้วที่ไม่ได้มา สำนักศึกษาเทียนเหอก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก…”
“เพียงแต่ไม่รู้ว่า ท่านเจ้าสำนักเซวียไป๋ซงผู้นั้นจะยังระลึกถึงบุญคุณที่ตระกูลลู่ของข้าช่วยชีวิตเขาไว้หรือไม่”
ลู่เยี่ยคิดใคร่ครวญ
เซวียไป๋ซงก็คือเจ้าสำนักศึกษาเทียนเหอ
เมื่อหลายปีก่อน ท่านอารองของลู่เยี่ยเคยช่วยชีวิตเซวียไป๋ซงเอาไว้
ในตอนนั้นเซวียไป๋ซงเคยสาบานเอาไว้ว่า ต่อไปหากตระกูลลู่ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ เขาจะไม่ปฏิเสธแม้จะต้องตาย
“แม้ว่าลู่เยี่ยจะฟื้นคืนชีพจากความตาย แต่ความรุ่งโรจน์ที่เป็นของเขาได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว ผู้ที่โดดเด่นในปัจจุบันต่างหากคือผู้ยิ่งใหญ่!”
“การตกจากสวรรค์ลงสู่ขุมนรก แม้แต่ลู่เยี่ยจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในใจก็คงไม่สบายนักใช่หรือไม่?”
มีเสียงจอแจดังมาจากที่ไกล ๆ
ที่เชิงเขาลูกข้างหน้า มีศิลาจารึกสูงเก้าจั้งตั้งตระหง่านอยู่
กลุ่มเด็กหนุ่มสาวอายุประมาณสิบสามสิบสี่กำลังถกเถียงกันอยู่หน้าศิลาจารึกนั้น