“ความรุ่งโรจน์ไม่มีอีกแล้ว? ตกสู่ขุมนรก? ในสายตาของผู้คน ข้าตกต่ำถึงขั้นนี้เชียวหรือ?”
ลู่เยี่ยทั้งหัวเราะและนึกโกรธในใจ
พวกหนุ่มสาวเหล่านั้นยังไม่รู้จักโลกมากนัก พูดจาไร้ความระมัดระวัง แต่กระนั้นเขาก็ไม่ถึงขั้นจะถือสาหาความ
เพราะอย่างไรเสีย หลังจากที่ผ่านการสู้รบในสนามรบนอกอาณาเขตมาสามปีเต็ม แม้ว่าเขาในยามนี้จะอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น แต่วิสัยทัศน์และประสบการณ์ของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
“เพียงชั่วข้ามคืน ดูเหมือนว่าทั้งเมืองเทียนเหอจะรู้ว่าข้า ‘ฟื้นคืนชีพจากความตาย’ แล้ว แสดงว่าต้องมีคนตั้งใจเผยแพร่ข่าวนี้ออกไปเป็นแน่…”
“จะเป็นผู้ใดกันที่ทำเรื่องเช่นนี้?”
ลู่เยี่ยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบาสิ่ง จิตใต้สำนึกของเขาพลันคิดถึงคนคนหนึ่งทันที
พี่สะใภ้ใหญ่พานอิ๋งซิ่ว!
สัญชาตญาณบอกเขาว่า แม้ว่าเรื่องนี้อาจไม่ใช่ฝีมือพี่สะใภ้ใหญ่โดยตรง แต่ก็ต้องเกี่ยวข้องกับนางอย่างแน่นอน
‘พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าอยากเห็นนักว่า ต่อไปท่านจะเล่นกลอะไรอีก!’
ลู่เยี่ยพูดพึมพำกับตัวเองในใจ
“พวกเจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาตัดสินพี่ชายของข้า?”
หน้าศิลาจารึก หญิงสาวในอาภรณ์สีม่วงพลันเอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงของนางเคร่งขรึมยิ่งนัก