แรงกดดันที่มองไม่เห็นของปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์นั้น สามารถทำให้จิตเทวะของผู้ฝึกตนในใต้หล้าหวาดกลัวได้โดยง่าย
มีพลังให้ผู้อื่นยอมแพ้โดยไม่ต้องต่อสู้ ช่างน่าหวาดกลัวอย่างไร้ขอบเขตจริง ๆ
แต่ทว่าลู่เยี่ยกลับมีจิตใจที่สงบนิ่ง ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันใด ๆ
“ท่านลุง โปรดว่ามาเถิดขอรับ” ลู่เยี่ยเอ่ยปากอย่างสงบเยือกเย็น
ในช่วงสามปีที่อยู่ในสนามรบนอกอาณาเขต เขาล้วนเคยเห็นเรื่องใหญ่โตมาแล้วทั้งสิ้น แม้แต่การพูดคุยอย่างสนุกสนานกับบุคคลระดับบรรพจารย์ก็เคยมาแล้ว
สภาวะแรงกดดันที่มองไม่เห็นของขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจของเขาได้
ฉินอู๋ซางมีแววประหลาดวูบหนึ่งผ่านดวงตาแวบหนึ่งอย่างยากที่จะสังเกตเห็น คิดในใจว่า
‘จิตใจและเจตจำนงของเด็กหนุ่มคนนี้ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน ไม่ธรรมดาเลย!’
ในตอนนั้นเองเขาก็เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ชิงหลีถึงกับเอาชีวิตของนางมาขู่ว่า จะไม่แต่งงานกับใครนอกจากเจ้า ข้าในฐานะบิดาและประมุขตระกูลฉิน ย่อมเคารพความตั้งใจของนาง”
“แต่ข้ากังวลว่า ตัวเจ้าในยามนี้ยังไม่มีความสามารถที่จะดูแลชิงหลีได้ดีพอ”
“เช่นนั้นแล้ว ข้าให้ทางเลือกเจ้าสองทาง”