งหน้าจนแตกกระจาย ก้าวเข้าไปคว้าแขนลู่เยี่ย แล้วกล่าวด้วยความกระหายเลือดว่า “ไป ข้าจะพาเจ้าไปสังหารคน!”
ประมุขแห่งตระกูลฉินผู้นี้ไม่มีอารมณ์อ่อนโยนและสง่างามอีกต่อไปแล้ว
ยามนี้ เขาเป็นราวกับเทพสังหารอย่างแท้จริง ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความอำมหิตจนทำให้ผู้คนตกใจกลัว
ลู่เยี่ยประหลาดใจ “ท่านลุง ข้ามาในครั้งนี้…”
“ยังจะพูดให้มากความอยู่อีก!”
ฉินอู๋ซางตัดบท “เรื่องที่ตระกูลลู่พวกเจ้าประสบมา ข้ารู้แจ้งในใจดี ก่อนหน้านี้เป็นเพราะเจ้ายังไม่ฟื้น ข้าจึงไม่สะดวกที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลลู่ของพวกเจ้า แต่ยามนี้มันต่างออกไปแล้ว”
ลู่เยี่ย “……”
“ไป ไป ไป ให้ตายสิ พวกมันกล้าดีอย่างไรมาข่มเหงว่าที่ลูกเขยของข้า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม สังหารให้สะใจเสียก่อน ระบายความแค้นที่อัดอั้นนี้ออกมาให้หมด!”
โดยที่ไม่รอให้ลู่เยี่ยปฏิเสธ ฉินอู๋ซางก็พาเขาเดินออกไปข้างนอก เตรียมจะเปิดฉากการสังหาร
“ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าท่านร้อนใจ แต่ได้โปรดอย่าเพิ่งรีบร้อน!” ฉินเหวินเป้ารีบเอ่ยห้ามปราม
“เจ้าลูกชายโง่ ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าตระกูลลู่ของว่าที่น้องเขยของเจ้าถูกรังแกเพียงใด เช่นนี้แล้ว ข้าจะไม่รีบได้อย่างไร?”
ฉินอู๋ซางเบิกตากว้าง ก