”
ลู่เยี่ยยิ้มเล็กน้อย ไม่พูดอะไร
เวลาสามปีได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไป และยังเปลี่ยนแปลงผู้คนไปมากมายด้วย
เช่นเดียวกับที่ห้องโถงพิธีศพเมื่อวานนี้ สะใภ้ใหญ่อย่างพานอิ๋งซิ่วพยายามเข้ายึดครองอำนาจที่ไม่ใช่ของตน เพื่อชิงอำนาจในตระกูลลู่
ส่วนพ่อลูกตระกูลฉินนั้นได้ยึดครองหอจันทรานานแล้ว และได้ย้ายเข้าไปอยู่ในจวนบรรพบุรุษที่เดิมเป็นของตระกูลลู่!
‘หากการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว… ก็คงมิต้องมีการพูดกันอย่างสันติอีกต่อไป!’
ลู่เยี่ยพึมพำในใจ
ในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา ดวงดาวสีทองเข้มดวงหนึ่งสั่นไหวเบา ๆ นั่นคือหนึ่งในสิบเก้าตราประทับของท่านบรรพจารย์
…
จวนบรรพบุรุษตระกูลลู่
ลู่เยี่ยได้พบกับฉินอู๋ซาง
ประมุขแห่งตระกูลฉินมีรูปร่างสูงใหญ่ ผมที่ขมับมีสีขาวแซม นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะไม้ กำลังอ่านหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง
บุคลิกของเขาดูสุภาพอบอุ่น ราวกับอาจารย์ผู้สอนหนังสือ
“คารวะท่านลุงฉิน ผู้เยาว์มาในครั้งนี้เพื่อ…”
ลู่เยี่ยก้าวขึ้นหน้าเพื่อคารวะ แต่ยังพูดไม่ทันจบ
ปัง!
ฉินอู๋ซางโยนหนังสือในมือทิ้งทันที หัวเราะเสียงดัง แล้วลุกขึ้นยืน “เจ้าหนู เจ้าหลับใหลไปสามปี ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว!”
ขณะที่พูด เขาก็เตะโต๊ะที่ขวางอยู่ตร