รปกป้องน้องสาว และสิ่งที่เขารังเกียจที่สุดก็คือว่าที่น้องเขยอย่าลู่เยี่ย!
“สวรรค์ช่างไร้ตานัก ถึงได้ปล่อยให้เจ้ารอดกลับมาได้!”
เมื่อเห็นลู่เยี่ยเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ฉินเหวินเป้าก็รู้สึกขยะแขยงในใจ
“ชีวิตข้าแข็งแกร่ง สวรรค์ไม่เอาชีวิตข้า แล้วจะทำอย่างไรได้เล่า?”
ลู่เยี่ยยักไหล่ “พี่ใหญ่ควรจะดีใจสิ อย่างน้อยชิงหลีก็ไม่ต้องเป็นหม้ายแล้ว”
ใบหน้าของฉินเหวินเป้าดำคล้ำยิ่งกว่าเดิม เขายกมือจับด้ามกระบี่ด้านหลัง เกือบจะอดใจไม่ไหวที่จะฟันคนตรงหน้า
“พี่ใหญ่อย่าใจแคบนักเลย พวกเรากำลังเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว จะโกรธไปไย ไปเถิด ไปพบท่านว่าที่พ่อตาของข้ากันก่อนเถิด”
ลู่เยี่ยยิ้มพลางดึงแขนฉินเหวินเป้าเดินเข้าไปในหอจันทรา
เขาไม่กังวลว่าฉินเหวินเป้าจะลงมือ บุตรชายคนโตของตระกูลฉินคนนี้มีนิสัยหยิ่งผยอง และเป็นที่เลื่องลือว่าเป็นคนมีหลักการ
“ลู่เยี่ย เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าตนเองคู่ควรพอที่จะมาสะสางบัญชีกับท่านพ่อของข้า?”
ฉินเหวินเป้าสะบัดมือของลู่เยี่ยออกอย่างแรง แล้วกล่าวเย็นชาว่า “ข้าขอบอกเจ้าไว้ หากเจ้าฉลาดสักหน่อย ด้วยความใจกว้างของบิดาข้า ท่านคงไม่ไปหาเรื่องเจ้าซึ่งเป็นเพียงคนรุ่นหลังเป็นแน่!