ักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นท่านอาจารย์… ผมขอตัวพุ่งไปจัดการก่อนนะครับ?”
ราชันพิฆาตมังกรทิ้งตัวเอนหลังลงบนโซฟาอย่างเกียจคร้าน “เออ! รีบไปจัดการได้แล้ว!”
เมื่อเผชิญกับท่าทางไล่ส่งของอาจารย์ ชายวัยกลางคนกลับไม่มีท่าทีขุ่นเคืองแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะแหวกอากาศหายวับไปจากห้องทำงานอย่างไร้ร่องรอย
ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันภายในห้องทำงานอันกว้างใหญ่
ราชันพิฆาตมังกรนั่งไขว่ห้างพ่นควันซิการ์ นัยน์ตาของเขาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย
“เผ่าเทพ… เผ่ามาร... เผ่าเซียน…”
“พวกแกนี่… ให้เกียรติไอ้หนูซูอวี่ของฉันมากเหลือเกินนะ!”
ราชันพิฆาตมังกรแค่นเสียงหัวเราะพึมพำกับตัวเอง
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไป ซิการ์มวนโตในมือค่อยๆ ไหม้จนเหลือเพียงขี้เถ้า ปลายนิ้วอวบอูมกระดิกเบาๆ เขี่ยเถ้าบุหรี่ให้ร่วงหล่นลงสู่ที่เขี่ยบุหรี่อย่างแม่นยำ
เขาขยี้ปลายซิการ์จนดับสนิท ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยุดยืนจังง้าอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์ แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง แววตาแฝงความหวนไห้และสงสัยลึกล้ำ
“หลายปีมานี้… สองผัวเมียอย่างพวกแกหายหัวไปอยู่ที่ไหนกันแน่วะ? คิดจะทิ้งให้ฉันเฝ้าอยู่