องขอตัวลากลับแล้วเหมือนกัน!”
ล้อเล่นหรือไง! ขนาดอวิ๋นหรงยังหวาดหวั่นจนหัวหด มีหรือที่พวกมันจะไม่กลัวตาย!
พูดจบ ทั้งสองครูฝึกก็รีบหอบหิ้วเหล่าอัจฉริยะของมณฑลตนเอง เผ่นแน่บลงจากยอดเขาไปราวกับติดปีกบิน!
หยางฉีแห่งมณฑลซีจ้องมองซูอวี่ด้วยแววตาลึกซึ้งแวบหนึ่ง เผยรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะเดินตามหลังเซี่ยจิ้นจากไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งฝูงชนล่าถอยไปจนหมดเกลี้ยง เจียงซ่างถึงได้เอ่ยปากถามอย่างอดรนทนไม่ไหว
“ซูอวี่ นี่นาย… คว้ามรดกสืบทอดปรมาจารย์มาได้จริงๆ งั้นเหรอ?”
ซูอวี่ยกยิ้มมุมปากตอบกลับสั้นๆ
“ก็คงงั้นมั้งครับ!”
เมื่อได้ยินคำตอบสงวนท่าทีของซูอวี่ เจียงซ่างก็หัวเราะร่วนไม่ได้คิดจะคาดคั้น
“ช่างเถอะ! ยอดฝีมือทุกคนล้วนมีความลับเป็นของตัวเอง ฉันจะไม่ซักไซ้ให้มากความแล้วกัน แต่เรื่องการตายของหวังหลินกับหลี่เสี่ยนจง พอกลับไปถึง… ฉันก็ยังต้องรายงานให้ท่านประธานทราบตามตรง ถึงตอนนั้นนายอาจจะต้องไปให้ปากคำตามขั้นตอนสักหน่อยนะ”
ซูอวี่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ท้ายที่สุด เรื่องที่อัจฉริยะจากมณฑลเดียวกันมาห้ำหั่นกันเองจนตาย ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทีเดียว
ยิ่งเป็นถึงอดีตอัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างหวังหลินด้วยแล้ว แม้ว่าอีกฝ่ายจะแกว่งเท