ชั่วพริบตาที่มนุษย์โครงกระดูกปรากฏตัวบนแท่นหิน อานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดพลันระเบิดออกมากวาดล้างไปทั่วทั้งตำหนักในทันที!
ครืนนน!!!
พลังวิญญาณไร้ก้นบึ้งควบแน่นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นพายุคลุ้มคลั่งซัดกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่า
แรงกดดันดุดันมหาศาลบดขยี้จนทุกคนในเหตุการณ์หน้าถอดสี ราวกับมีภูเขายักษ์หล่นทับบ่าทั้งสองข้างอย่างรุนแรง ลมหายใจของพวกเขาหอบถี่รัว แผ่นหลังของอัจฉริยะหลายคนถึงกับค้อมต่ำลง ไม่อาจยืนหยัดให้ตรงได้!
ทว่าซูอวี่กลับยืนนิ่งสงบ สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขามองตรงไปยังโครงกระดูกบนแท่นหินอย่างเยือกเย็น ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ท่ามกลางแรงกดดันที่บดขยี้ผู้คน ซูอวี่กลับไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง เขายืนตระหง่านอย่างสบายอารมณ์ราวกับมัจฉาแหวกว่ายในสายน้ำ
ผิดกับคนข้างกาย ตู้เนี่ยนกวนและโอวหยางหนิงเสวี่ยมีสีหน้าตึงเครียดขีดสุด แม้แต่ตัวตึงอย่างสยงจ้านจากมณฑลตง และหยางฉีจากมณฑลซี ต่างก็หน้าดำคร่ำเครียด ต้องเร่งโคจรพลังวิญญาณในร่างอย่างบ้าคลั่งเพื่อต้านทานแรงกดดันมหาศาลนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอัจฉริยะคนอื่นๆ เลย
ตอนนั้นเอง ร่างโครงกระดูกบนแท่นหินพลันลุกขึ้นยืนช้าๆ
เบ้าตาที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงินกวาด