หัวเราะร่วนพลางสบถ
“พวกเจียงหนานนี่มันโง่ดักดานของแท้เลยว่ะ ในทีมมีอัจฉริยะสัตว์ประหลาดขนาดนี้แท้ๆ เสือกโง่ผลักไสไล่ส่งกันเอง มิน่าล่ะถึงได้รั้งท้ายเป็นหางแถวอยู่อย่างนั้น”
หยางฉีเชิดคางขึ้น ปรายตาเหยียดหยามไปทางหวังหลินที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียด ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชา
“ไอ้เวรนั่นก็สันดานเสียแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เก่งแต่กร่างเป็นอันธพาลคุมซอยอยู่ในเจียงหนาน พอออกมาเจอของจริงจากที่อื่น ก็โดนอัดเละอยู่ฝ่ายเดียว”
“ตอนนี้พอเห็นซูอวี่ผงาดขึ้นมา ป่านนี้ในใจมันคงดิ้นพล่านจนอกแตกตายไปแล้วมั้ง”
สิ้นคำ หยางฉีกับอู่เจี้ยก็หันมาสบตาแล้วหัวเราะเยาะกันอย่างรู้ใจ ไม่ได้สนใจจะพูดอะไรต่อ
กลางสมรภูมิ ซูอวี่ยังคงยืนนิ่งตระหง่าน เขาก้มมองร่างของหลี่เสียนจงที่นอนสลบเหมือดจมกองฝุ่นด้วยใบหน้าที่ปราศจากคลื่นอารมณ์ใดๆ
และในจังหวะนั้นเอง เสียงตวาดกร้าวของหวังหลินก็แผดลั่นขึ้นทะลุความเงียบ!
“ไอ้ซูอวี่! แกกล้าดีตายังไงถึงมาทำร้ายพวกพ้องเดียวกันฮะ!!”
เสียงตวาดนั้นดังกะทันหันจนทำเอาทุกคนสะดุ้ง ก่อนจะพร้อมใจกันหันขวับไปมองหวังหลินเป็นตาเดียว
ภาพที่เห็นคือหวังหลินกำลังจ้องเขม็งไปที่ซูอวี่ด้วยแววตาอาฆาตมาดร้ายสุดขีด
“ซูอว