ภายในพระราชวังอันมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างใดเล็ดลอดเข้ามา มีเพียงความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ ราวกับแสงสว่างทั้งมวลถูกสถานที่แห่งนี้กลืนกินไปจนสิ้น ทว่าพริบตานั้นเอง ประกายแสงพลันสาดส่องสว่างวาบขึ้นกลางตำหนัก
แสงเทียนสว่างไสวลุกพรึบขึ้นทั่วทุกมุม เผยให้เห็นสภาพภายในอย่างชัดเจน ความวิจิตรตระการตาปรากฏแก่สายตา ราวกับพระราชวังของจักรพรรดิโบราณที่งดงามจับตาและเรืองรองสุกใส
เสาหินขนาดยักษ์สิบสองต้นค้ำยันโครงสร้างทั้งหมด ตั้งตระหง่านน่าเกรงขามอยู่ใจกลางโถงใหญ่ ณ จุดสูงสุดของพระราชวัง บัลลังก์หินโบราณตั้งตระหง่านปรากฏร่างของมนุษย์โครงกระดูกนั่งนิ่งไม่ไหวติง
ทันทีที่ทั่วทั้งพระราชวังอาบย้อมด้วยแสงสว่าง เปลวเพลิงสีน้ำเงินพลันลุกโชนขึ้นในเบ้าตากลวงโบ๋ของมนุษย์โครงกระดูก!
มันคล้ายดั่งดวงตาสีน้ำเงินคู่หนึ่ง เปลวเพลิงนั้นราวกับมีชีวิต วูบไหวไม่หยุดหย่อน
เปลวเพลิงในแววตาโครงกระดูกยิ่งมายิ่งลุกโชนบ้าคลั่ง กระทั่งคลื่นพลังอันแข็งแกร่งดุดันปะทุทะลักออกจากร่างกระดูกขาวโพลน
วินาทีนั้นเอง มนุษย์โครงกระดูกพลันขยับตัว!
คลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวระเบิดตู้มในพริบตา! ทั่วพระราชวังบังเกิดพายุไอวิญญาณโหมกระหน่ำ กลิ่นอายดุร้ายสุดแสนทะลักทะลวงอ