“อารมณ์ร้อนจังเลยนะ ไม่คิดจะให้เวลาฉันเตรียมตัวหน่อยหรือไง?”
ฝูงชนหันขวับตามเสียงที่ดังขึ้น สิ่งที่เห็นคือซูอวี่ในชุดเชิ้ตสีขาวยืนสงบนิ่งอยู่ริมขอบลานประลอง
มุมปากชายหนุ่มประดับรอยยิ้มบางเบา นัยน์ตาทอดมองสือหยวนที่ยืนนิ่งค้างด้วยความราบเรียบ
“อะไรกัน! ซูอวี่หลบการโจมตีของสือหยวนพ้นงั้นเหรอ!”
“เป็นไปได้ยังไง! ถึงรูปร่างจะจำกัดความเร็วของสือหยวน แต่ด้วยพลังบ่มเพาะขั้นฝึกหลอมภายใน ความเร็วนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกขั้นหลอมโลหิตจะเทียบติด!”
“ซี๊ด! มิน่าล่ะถึงกล้ารับคำท้า ที่แท้ซูอวี่ก็ซ่อนไพ่ตายเอาไว้!”
ฝูงชนมองซูอวี่ที่ไร้รอยขีดข่วนพลางเอ่ยปากชื่นชมอย่างอดไม่ได้
ทว่าเมื่อมีคำชื่นชม ย่อมมีเสียงเย้ยหยันตามมาติดๆ
“เหอะ! ก็แค่ฟลุคหลบได้หมัดเดียว ฉันโชคดีหน่อยก็ทำได้เหมือนกัน! พวกนายคงไม่ได้คิดหรอกนะว่าการประลอง จะเอาชนะได้ด้วยการเอาแต่วิ่งหนีหางจุกตูดน่ะ?”
“ถ้าคิดแบบนั้นก็ดูถูกสือหยวนเกินไปแล้ว! ถึงยังไง…เขาก็คืออันดับเก้าแห่งทำเนียบอัจฉริยะเชียวนะ!”
รอยยิ้มของฝูงชนพลันแข็งค้าง
ตอนนั้นเองพวกเขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า นี่คือการต่อสู้บนพื้นที่จำกัด!
ลานประลองกว้างแค่นี้ การเอาแต่พึ่งพาการหลบหลีก ถือเ