เอ๊ย! เกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย!?”
“นี่… นี่มัน… ซูอวี่ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่ปลายเส้นขน!”
“แม่มเอ๊ย! นี่มันใช่ไก่อ่อนที่เพิ่งทะลวงขอบเขตหลอมโลหิตมาไม่กี่วันจริงๆ เรอะ? ทำไมกลิ่นอายมันถึงน่าสะพรึงกลัวกว่าพวกขอบเขตหลอมโลหิตขั้นปลายทั่วไปอีกวะ!”
อัจฉริยะนับไม่ถ้วนเบิกตาค้างจนแทบฉีกขาด จ้องเขม็งไปที่ร่างของซูอวี่ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
ถึงกระนั้น ท่ามกลางฝูงชนก็ยังมีพวกลูกหาบผู้ภักดีของสือเจียนปะปนอยู่ พวกมันแค่นเสียงเหยียดหยามอย่างไม่ยอมรับความจริง
“ก็แค่ฟลุคกันพลองของลูกพี่สือเจียนได้ครั้งเดียวไม่ใช่รึไงวะ! อย่าว่าแต่ไอ้ซูอวี่เลย ต่อให้เป็นพวกสัตว์ประหลาดท็อปสามสิบของค่ายมาเอง ก็งัดกระบวนท่านี้ได้เหมือนกันนั่นแหละ มีอะไรให้น่าตกใจนักหนา?”
“เออ! สือเจียนยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ รอให้ลูกพี่ทุ่มสุดตัวเมื่อไหร่ พ่ออยากจะรู้นักว่าไอ้ซูอวี่มันจะยังยืนตีหน้าดมกาวใจเย็นแบบนี้อยู่อีกไหม!”
พวกมันยังคงพ่นน้ำลายดูถูกซูอวี่อย่างไม่หยุดหย่อน
ตัดภาพมาบนลานประลอง สือเจียนจ้องซูอวี่อย่างกินเลือดกินเนื้อ มันกระชากพลองของตัวเองกลับมาแล้วแค่นหัวเราะเยือกเย็น
“มิน่าล่ะ… ถึงได้กล้าสอดมือมาแย่งภารกิจของฉัน ที่แท