มันนี่แหละ แต่ประเด็นคือ… กระดูกชิ้นโตที่มันต้องแทะวันนี้คือสือเจียนนะโว้ย!”
“ถูกเผง! สือเจียนคือปีศาจร้ายที่รั้งอันดับสิบเอ็ดของทำเนียบอัจฉริยะเชียวนะโว้ย แถมยังเคยทะลวงหอคอยภาพลวงตาไปถึงชั้นห้าสิบเก้า ขาดอีกแค่ชั้นเดียวก็จะเทียบชั้นกับยอดฝีมืออันดับสิบได้แล้ว!”
“พูดก็พูดเถอะ ถ้าฝ่าด่านชั้นหกสิบไปได้ ก็การันตีเลยว่ามีพลังรบเทียบเท่าขอบเขตหลอมภายใน ไอ้พวกสัตว์ประหลาดท็อป 10 นี่มันอยู่นอกสามัญสำนึกมนุษย์จริงๆ!”
ทั่วทั้งค่ายอัจฉริยะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงโหวกเหวกโวยวายดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ ถึงขั้นดึงดูดความสนใจของครูฝึกระดับสูงหลายคนให้ต้องโผล่หน้าออกมาดูสถานการณ์
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องทำงานของเจียงซ่าง
ปัง!
ไป๋จ่านถีบประตูพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความร้อนรนราวกับไฟลนก้น ทันทีที่เห็นหน้าเจียงซ่าง เขาก็ละล่ำละลักตะโกนลั่น “ลูกพี่! ฉิบหายแล้วครับ!”
เจียงซ่างขมวดคิ้วมุ่น ปิดแฟ้มเอกสารในมือลงฉับ “มีเรื่องบ้าอะไร?”
ไป๋จ่านรัวลิ้นรายงานเรื่องศึกสายฟ้าแลบระหว่างสือเจียนและซูอวี่อย่างรวดเร็ว พอฟังจบ มุมปากของเจียงซ่างก็กระตุกยิกๆ ทันที
“ไอ้เด็กเวรนี่… ถ้าไม่ป่วนค่ายให้วายป่วงจนหมาไก่อยู่ไม่สุข มันคงนอนไม่หลับ