จริงๆ สินะ!” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างจนปัญญา
ไป๋จ่านเห็นหัวหน้ายังนิ่งเฉยก็ยิ่งร้อนรน รีบเซ้าซี้ต่อ “ลูกพี่ รีบคิดหาวิธีห้ามเถอะครับ! ซูอวี่เพิ่งจะเข้าค่ายมาได้ไม่กี่วัน ขืนปล่อยให้ไปงัดกับสือเจียนตอนนี้ หมอนั่นกระดูกหักคาราวะแน่ๆ!”
“อีกอย่าง ผมดูออกว่าสือเจียนมันยังแค้นฝังหุ่นเรื่องภารกิจนั่นอยู่ ถ้ามันเกิดหน้ามืดกระทืบซูอวี่จนพิการขึ้นมา พวกเราจะซวยเอานะครับ!”
โดนรัวคำถามใส่เป็นปืนกล เจียงซ่างก็สวนกลับด้วยความหงุดหงิด “แล้วแกจะให้ฉันทำยังไงวะ! ในเมื่อไอ้สองคนนั้นมันท้าดวลกันตามกฎ ต่อให้ฉันเป็นหัวหน้าก็แหกกฎลงไปแส่ไม่ได้โว้ย!”
“อีกอย่าง… ไอ้เด็กซูอวี่นั่นมันก็ไม่ใช่ไก่รองบ่อน ในเมื่อมันกล้ารับคำท้า แสดงว่าในมือต้องมีไพ่ตายซ่อนไว้แน่”
“แต่ว่าลูกพี่…” ไป๋จ่านยังคงไม่ยอมแพ้
“ไม่มีแต่โว้ย!” เจียงซ่างตวาดแทรก “ตอนนี้สิ่งเดียวที่เราทำได้ คือรีบไปเกาะติดสถานการณ์หน้าเวที อย่างน้อยถ้าซูอวี่มันจะโดนกระทืบตายจริงๆ พวกเราก็ยังพอจะยื่นมือเข้าไปห้ามได้ทัน!”
พูดจบ ร่างกำยำก็สะบัดชายเสื้อเดินดุ่มๆ ออกจากห้อง มุ่งหน้าสู่ลานประลองทันที ไป๋จ่านแม้จะยังร้อนรุ่มกระวนกระวาย แต่ก็จำต้องรีบสาวเท้าตามไปต